โปรแกรมศึกมวยไทยพลังใหม่ 20 พ.ค. 2569 เตรียมเปิดสังเวียนความมันที่เวทีมวยราชดำเนิน ในวันพุธที่ 20 พฤษภาคม 2569 เริ่มแข่งขันเวลา 18:00 น. โดยรายการนี้มีคู่มวยให้ติดตามทั้งหมด 9 คู่ ครบทั้งพิกัดเล็ก พิกัดกลาง และพิกัดใหญ่ พร้อมข้อมูลผลชั่งน้ำหนักก่อนขึ้นชกที่แฟนมวยสามารถใช้ประกอบการติดตามความพร้อมของนักมวยแต่ละฝ่ายได้อย่างชัดเจน

ศึกมวยไทยพลังใหม่ในครั้งนี้ถือเป็นอีกหนึ่งรายการที่น่าสนใจ เพราะมีนักมวยหลายรายที่ชั่งน้ำหนักเกินพิกัดและบางรายชั่งน้ำหนักขาดพิกัด ทำให้บรรยากาศก่อนการแข่งขันมีประเด็นให้จับตามองมากกว่าการดูเพียงรายชื่อคู่ชกเท่านั้น ข้อมูลน้ำหนักก่อนชกเป็นรายละเอียดสำคัญที่ช่วยให้เห็นภาพเรื่องสภาพร่างกาย การทำน้ำหนัก และความพร้อมของนักมวยก่อนขึ้นเวทีจริง

รายละเอียดการแข่งขันศึกมวยไทยพลังใหม่ 20 พ.ค. 2569

การแข่งขันศึกมวยไทยพลังใหม่ประจำวันพุธที่ 20 พฤษภาคม 2569 จัดขึ้นที่เวทีมวยราชดำเนิน ซึ่งเป็นหนึ่งในเวทีมวยสำคัญของวงการมวยไทย โดยโปรแกรมเริ่มเวลา 18:00 น. แฟนมวยที่ติดตามรายการนี้จะได้ชมการปะทะของนักชกทั้งฝ่ายแดงและฝ่ายน้ำเงินรวม 9 คู่ แต่ละคู่มีพิกัดและผลชั่งน้ำหนักที่แตกต่างกันออกไปตามเงื่อนไขของการแข่งขัน

ภาพรวมของรายการวันนี้มีพิกัดตั้งแต่ 105 ปอนด์ ไปจนถึง 135 ปอนด์ โดยคู่ชกหลายคู่มีตัวเลขน้ำหนักที่น่าติดตามเป็นพิเศษ ทั้งกรณีชั่งเกินเล็กน้อย ชั่งขาดเล็กน้อย ไปจนถึงชั่งเกินหลายปอนด์ ซึ่งอาจกลายเป็นประเด็นสำคัญก่อนการแข่งขัน เพราะน้ำหนักตัวมีผลต่อจังหวะการยืนระยะ ความแข็งแรง และการควบคุมเกมบนเวทีของนักมวยแต่ละคน

โปรแกรมศึกมวยไทยพลังใหม่ 20 พ.ค. 2569 เวทีมวยราชดำเนิน พร้อมผลชั่งน้ำหนัก

ตารางโปรแกรมศึกมวยไทยพลังใหม่ 20 พ.ค. 2569

คู่ที่ ฝ่ายแดง ฝ่ายน้ำเงิน พิกัด ผลชั่งน้ำหนักฝ่ายแดง ผลชั่งน้ำหนักฝ่ายน้ำเงิน หมายเหตุ
1 ก้องพิภพ ธนพลรีสอร์ท พยัคฆ์มณี สวนจากคาเฟ่ 105 ปอนด์ 105.2 เกิน 0.2 105.7 เกิน 0.7 ทั้งสองฝ่ายชั่งเกินพิกัด
2 เพชรเมืองสิงห์ ใต้เพชรบุรี ชัยมงคล ส.บุญมีฤทธิ์ 115 ปอนด์ ชั่งได้ตามพิกัด 115.1 เกิน 0.1 ฝ่ายแดงชั่งได้ตามพิกัด
3 ซันเดย์ บูมเด็กเซียน จ้าวอินทรีย์ เกียรติเจริญชัย 121 ปอนด์ 121.1 เกิน 0.1 122.2 เกิน 1.2 ฝ่ายน้ำเงินชั่งเกินมากกว่า
4 เพชรแสนคม ส.สมหมาย โนลีสัน ภูเก็ตไฟท์คลับ 126 ปอนด์ 126.4 เกิน 0.4 125.7 ขาด 0.3 แดงเกิน น้ำเงินขาด
5 ยอดวิหารแดง สวนอาหารปีกไม้ เพชรสยาม ว.เพชรตระกูลเหลา 134 ปอนด์ 133.3 ขาด 0.7 134.3 เกิน 0.3 แดงขาด น้ำเงินเกิน
6 ซามูเอล เซเว่นมวยไทย เพชรสองภาค ชูทางด่วน 132 ปอนด์ 132.3 เกิน 0.3 133.1 เกิน 1.1 ทั้งสองฝ่ายชั่งเกินพิกัด
7 กริชเงิน พันธมิตรมวยไทย เพชรนาวี ชูทางด่วน 121 ปอนด์ 122.0 เกิน 1.0 120.4 ขาด 0.6 แดงเกิน น้ำเงินขาด
8 เพชรอคิน เงาะบางกะปิ ชาละวัน หยกขาวยิม 131 ปอนด์ 133.9 เกิน 2.9 130.9 ขาด 0.1 ฝ่ายแดงชั่งเกินมากที่สุดในรายการ
9 คชสาร ว.วิวัฒนานนท์ ขุนสยาม เกียรติตะวันชัย 135 ปอนด์ 135.6 เกิน 0.6 134.9 ขาด 0.1 คู่ท้ายรายการในพิกัด 135 ปอนด์

โปรแกรมการแข่งขันศึกมวยไทยพลังใหม่ รายคู่พร้อมผลชั่งน้ำหนัก

คู่ที่ 1 ก้องพิภพ ธนพลรีสอร์ท พบ พยัคฆ์มณี สวนจากคาเฟ่

คู่เปิดรายการของศึกมวยไทยพลังใหม่เป็นการพบกันในพิกัด 105 ปอนด์ ระหว่างฝ่ายแดง ก้องพิภพ ธนพลรีสอร์ท กับฝ่ายน้ำเงิน พยัคฆ์มณี สวนจากคาเฟ่ โดยผลชั่งน้ำหนักก่อนขึ้นเวที ฝ่ายแดงชั่งได้ 105.2 ปอนด์ เกินพิกัด 0.2 ปอนด์ ส่วนฝ่ายน้ำเงินชั่งได้ 105.7 ปอนด์ เกินพิกัด 0.7 ปอนด์ ทำให้คู่นี้มีประเด็นเรื่องน้ำหนักของทั้งสองฝ่ายตั้งแต่ก่อนเริ่มชก

เมื่อพิจารณาจากตัวเลขน้ำหนัก พยัคฆ์มณีเป็นฝ่ายที่ชั่งเกินมากกว่าก้องพิภพเล็กน้อย แม้จะไม่ใช่ตัวเลขที่สูงมากเมื่อเทียบกับบางคู่ในรายการ แต่ก็ยังเป็นรายละเอียดที่แฟนมวยควรทราบ เพราะการทำน้ำหนักก่อนขึ้นชกอาจสะท้อนถึงสภาพความพร้อมของร่างกาย การฟื้นตัวหลังชั่ง และความสดในช่วงต้นเกมบนเวที

คู่ที่ 2 เพชรเมืองสิงห์ ใต้เพชรบุรี พบ ชัยมงคล ส.บุญมีฤทธิ์

คู่ที่ 2 ของรายการเป็นการชกในพิกัด 115 ปอนด์ ระหว่างฝ่ายแดง เพชรเมืองสิงห์ ใต้เพชรบุรี กับฝ่ายน้ำเงิน ชัยมงคล ส.บุญมีฤทธิ์ โดยเพชรเมืองสิงห์สามารถชั่งได้ตามพิกัดพอดี ขณะที่ชัยมงคลชั่งได้ 115.1 ปอนด์ เกินพิกัดเพียง 0.1 ปอนด์ ซึ่งถือว่าเป็นตัวเลขที่ใกล้เคียงกับพิกัดการแข่งขันมาก

คู่นี้ถือเป็นหนึ่งในคู่ที่ตัวเลขน้ำหนักก่อนชกค่อนข้างสมดุล เพราะฝ่ายแดงไม่มีปัญหาเรื่องน้ำหนัก ส่วนฝ่ายน้ำเงินเกินเพียงเล็กน้อยเท่านั้น ความน่าสนใจจึงไปอยู่ที่รูปเกมบนเวทีมากขึ้นว่าใครจะใช้จังหวะ อาวุธมวย และความแข็งแรงในพิกัด 115 ปอนด์ได้ดีกว่ากันตลอดยกการแข่งขัน

คู่ที่ 3 ซันเดย์ บูมเด็กเซียน พบ จ้าวอินทรีย์ เกียรติเจริญชัย

คู่ที่ 3 เป็นการพบกันในพิกัด 121 ปอนด์ ระหว่างฝ่ายแดง ซันเดย์ บูมเด็กเซียน กับฝ่ายน้ำเงิน จ้าวอินทรีย์ เกียรติเจริญชัย โดยซันเดย์ชั่งได้ 121.1 ปอนด์ เกินพิกัด 0.1 ปอนด์ ส่วนจ้าวอินทรีย์ชั่งได้ 122.2 ปอนด์ เกินพิกัด 1.2 ปอนด์ ทำให้ฝ่ายน้ำเงินมีตัวเลขน้ำหนักเกินที่มากกว่าฝ่ายแดงอย่างเห็นได้ชัด

การที่จ้าวอินทรีย์ชั่งเกิน 1.2 ปอนด์ ทำให้คู่นี้เป็นหนึ่งในคู่ที่ควรจับตามองเรื่องสภาพร่างกายก่อนขึ้นชก เพราะน้ำหนักที่มากกว่าพิกัดอาจส่งผลต่อมุมมองของแฟนมวยในด้านความได้เปรียบเสียเปรียบ ขณะที่ซันเดย์ชั่งเกินเพียง 0.1 ปอนด์ จึงถือว่าอยู่ใกล้เคียงพิกัดมากกว่าและน่าติดตามว่าบนเวทีจริงจะออกมาในรูปแบบใด

คู่ที่ 4 เพชรแสนคม ส.สมหมาย พบ โนลีสัน ภูเก็ตไฟท์คลับ

คู่ที่ 4 ของโปรแกรมศึกมวยไทยพลังใหม่ 20 พ.ค. 2569 เป็นการเจอกันในพิกัด 126 ปอนด์ ระหว่างฝ่ายแดง เพชรแสนคม ส.สมหมาย กับฝ่ายน้ำเงิน โนลีสัน ภูเก็ตไฟท์คลับ โดยเพชรแสนคมชั่งได้ 126.4 ปอนด์ เกินพิกัด 0.4 ปอนด์ ส่วนโนลีสันชั่งได้ 125.7 ปอนด์ ขาดพิกัด 0.3 ปอนด์

คู่นี้มีความน่าสนใจตรงที่ผลชั่งน้ำหนักของทั้งสองฝ่ายออกมาต่างทิศทางกันอย่างชัดเจน ฝ่ายแดงชั่งเกินเล็กน้อย ขณะที่ฝ่ายน้ำเงินชั่งขาดเล็กน้อย จึงทำให้เกิดมุมเปรียบเทียบก่อนชกทั้งเรื่องขนาดร่างกาย ความแน่นของน้ำหนัก และการยืนระยะในเกมจริง ซึ่งเป็นรายละเอียดที่แฟนมวยหลายคนให้ความสำคัญก่อนติดตามการแข่งขัน

คู่ที่ 5 ยอดวิหารแดง สวนอาหารปีกไม้ พบ เพชรสยาม ว.เพชรตระกูลเหลา

คู่ที่ 5 เป็นการชกในพิกัด 134 ปอนด์ ระหว่างฝ่ายแดง ยอดวิหารแดง สวนอาหารปีกไม้ กับฝ่ายน้ำเงิน เพชรสยาม ว.เพชรตระกูลเหลา โดยยอดวิหารแดงชั่งได้ 133.3 ปอนด์ ขาดพิกัด 0.7 ปอนด์ ส่วนเพชรสยามชั่งได้ 134.3 ปอนด์ เกินพิกัด 0.3 ปอนด์ ทำให้คู่นี้มีความแตกต่างด้านตัวเลขน้ำหนักก่อนชกที่ค่อนข้างชัดเจน

ในมุมของการติดตามก่อนการแข่งขัน ยอดวิหารแดงเป็นฝ่ายที่ชั่งขาดพิกัดมากกว่าหลายคู่ในรายการ ขณะที่เพชรสยามชั่งเกินเล็กน้อย ความต่างของน้ำหนักก่อนขึ้นเวทีจึงเป็นข้อมูลที่ช่วยเพิ่มบริบทให้กับคู่นี้ เพราะแฟนมวยอาจมองต่อไปถึงเรื่องแรงปะทะ จังหวะเข้าทำ และความสามารถในการคุมเกมในพิกัด 134 ปอนด์

คู่ที่ 6 ซามูเอล เซเว่นมวยไทย พบ เพชรสองภาค ชูทางด่วน

คู่ที่ 6 ของรายการเป็นการพบกันในพิกัด 132 ปอนด์ ระหว่างฝ่ายแดง ซามูเอล เซเว่นมวยไทย กับฝ่ายน้ำเงิน เพชรสองภาค ชูทางด่วน โดยซามูเอลชั่งได้ 132.3 ปอนด์ เกินพิกัด 0.3 ปอนด์ ส่วนเพชรสองภาคชั่งได้ 133.1 ปอนด์ เกินพิกัด 1.1 ปอนด์ ซึ่งถือว่าเป็นอีกคู่ที่ทั้งสองฝ่ายชั่งเกินพิกัดเหมือนกัน

เมื่อดูจากตัวเลขน้ำหนัก เพชรสองภาคมีน้ำหนักเกินพิกัดมากกว่าซามูเอลพอสมควร ทำให้คู่นี้มีประเด็นก่อนชกในเรื่องความแตกต่างของน้ำหนักตัว แม้ทั้งคู่จะอยู่ในพิกัดเดียวกันก็ตาม การขึ้นเวทีจริงจึงต้องติดตามว่าฝ่ายใดจะใช้ความแข็งแรง ความสด และจังหวะมวยได้ดีกว่าในช่วงต้นและช่วงปลายของการแข่งขัน

คู่ที่ 7 กริชเงิน พันธมิตรมวยไทย พบ เพชรนาวี ชูทางด่วน

คู่ที่ 7 เป็นการชกในพิกัด 121 ปอนด์ ระหว่างฝ่ายแดง กริชเงิน พันธมิตรมวยไทย กับฝ่ายน้ำเงิน เพชรนาวี ชูทางด่วน โดยกริชเงินชั่งได้ 122.0 ปอนด์ เกินพิกัด 1.0 ปอนด์ ส่วนเพชรนาวีชั่งได้ 120.4 ปอนด์ ขาดพิกัด 0.6 ปอนด์ ทำให้คู่นี้มีช่องว่างของน้ำหนักก่อนชกที่ค่อนข้างน่าสนใจ

การที่ฝ่ายแดงชั่งเกิน 1.0 ปอนด์ ขณะที่ฝ่ายน้ำเงินชั่งขาด 0.6 ปอนด์ ทำให้เกิดภาพเปรียบเทียบที่ชัดเจนในแง่ของสภาพร่างกายก่อนขึ้นเวที แฟนมวยจึงควรติดตามว่ากริชเงินจะใช้รูปร่างและน้ำหนักที่มากกว่าให้เป็นประโยชน์ได้หรือไม่ ขณะเดียวกันเพชรนาวีอาจต้องอาศัยความคล่องตัวและจังหวะมวยเข้าสู้ในเกมนี้

คู่ที่ 8 เพชรอคิน เงาะบางกะปิ พบ ชาละวัน หยกขาวยิม

คู่ที่ 8 เป็นหนึ่งในคู่ที่มีประเด็นเรื่องน้ำหนักเด่นที่สุดของรายการ โดยเป็นการพบกันในพิกัด 131 ปอนด์ ระหว่างฝ่ายแดง เพชรอคิน เงาะบางกะปิ กับฝ่ายน้ำเงิน ชาละวัน หยกขาวยิม ผลชั่งน้ำหนักปรากฏว่าเพชรอคินชั่งได้ 133.9 ปอนด์ เกินพิกัดถึง 2.9 ปอนด์ ส่วนชาละวันชั่งได้ 130.9 ปอนด์ ขาดพิกัด 0.1 ปอนด์

ตัวเลขของเพชรอคินที่เกินพิกัด 2.9 ปอนด์ถือเป็นจุดที่โดดเด่นมากในโปรแกรมวันนี้ เพราะเป็นตัวเลขที่สูงที่สุดในบรรดาคู่มวยทั้งหมดของศึกมวยไทยพลังใหม่ครั้งนี้ ขณะที่ชาละวันชั่งขาดเพียงเล็กน้อย ทำให้คู่นี้มีความต่างของน้ำหนักก่อนชกสูงและกลายเป็นหนึ่งในคู่ที่แฟนมวยจำนวนมากอาจให้ความสนใจเป็นพิเศษ

คู่ที่ 9 คชสาร ว.วิวัฒนานนท์ พบ ขุนสยาม เกียรติตะวันชัย

คู่ที่ 9 หรือคู่ท้ายของรายการเป็นการชกในพิกัด 135 ปอนด์ ระหว่างฝ่ายแดง คชสาร ว.วิวัฒนานนท์ กับฝ่ายน้ำเงิน ขุนสยาม เกียรติตะวันชัย โดยคชสารชั่งได้ 135.6 ปอนด์ เกินพิกัด 0.6 ปอนด์ ส่วนขุนสยามชั่งได้ 134.9 ปอนด์ ขาดพิกัด 0.1 ปอนด์ ถือเป็นการปิดรายการด้วยคู่พิกัดใหญ่ที่น่าติดตาม

แม้น้ำหนักของทั้งสองฝ่ายจะไม่ได้แตกต่างกันมากเท่าบางคู่ก่อนหน้า แต่ตัวเลขที่ฝ่ายแดงเกินและฝ่ายน้ำเงินขาดเล็กน้อยก็ยังเป็นรายละเอียดที่ช่วยให้เห็นภาพก่อนขึ้นเวทีได้ดีขึ้น คู่นี้น่าสนใจในแง่ของการปะทะในพิกัด 135 ปอนด์ ซึ่งมักมีน้ำหนักหมัด น้ำหนักแข้ง และจังหวะเข้าทำที่หนักหน่วงกว่าพิกัดเล็ก

สรุปผลชั่งน้ำหนักก่อนชกในศึกมวยไทยพลังใหม่

จากผลชั่งน้ำหนักทั้งหมดของโปรแกรมศึกมวยไทยพลังใหม่ 20 พ.ค. 2569 พบว่านักมวยหลายรายชั่งน้ำหนักเกินพิกัด โดยรายที่เกินมากที่สุดคือ เพชรอคิน เงาะบางกะปิ ที่ชั่งได้ 133.9 ปอนด์ ในพิกัด 131 ปอนด์ เกินไปถึง 2.9 ปอนด์ รองลงมาคือ จ้าวอินทรีย์ เกียรติเจริญชัย ที่ชั่งเกิน 1.2 ปอนด์ และเพชรสองภาค ชูทางด่วน ที่ชั่งเกิน 1.1 ปอนด์

ในส่วนของนักมวยที่ชั่งได้ตามพิกัด มีเพชรเมืองสิงห์ ใต้เพชรบุรี จากคู่ที่ 2 ที่สามารถชั่งได้ตามพิกัด 115 ปอนด์พอดี ขณะที่นักมวยหลายรายชั่งขาดพิกัด เช่น โนลีสัน ภูเก็ตไฟท์คลับ, ยอดวิหารแดง สวนอาหารปีกไม้, เพชรนาวี ชูทางด่วน, ชาละวัน หยกขาวยิม และขุนสยาม เกียรติตะวันชัย ซึ่งแต่ละรายมีตัวเลขขาดพิกัดแตกต่างกันออกไป

นักมวยที่ชั่งเกินพิกัดมากที่สุดในรายการ

เพชรอคิน เงาะบางกะปิ เป็นนักมวยที่ชั่งเกินพิกัดมากที่สุดของรายการนี้ โดยขึ้นชั่งในพิกัด 131 ปอนด์ แต่ชั่งได้ 133.9 ปอนด์ เกินพิกัด 2.9 ปอนด์ ตัวเลขดังกล่าวทำให้คู่ที่ 8 ระหว่างเพชรอคินกับชาละวัน หยกขาวยิม กลายเป็นหนึ่งในคู่ที่มีประเด็นเรื่องน้ำหนักก่อนชกมากที่สุดของรายการประจำวันพุธนี้

นอกจากเพชรอคินแล้ว ยังมีจ้าวอินทรีย์ เกียรติเจริญชัย ที่ชั่งเกิน 1.2 ปอนด์, เพชรสองภาค ชูทางด่วน ที่ชั่งเกิน 1.1 ปอนด์ และกริชเงิน พันธมิตรมวยไทย ที่ชั่งเกิน 1.0 ปอนด์ กลุ่มนักมวยเหล่านี้เป็นรายชื่อที่ควรจับตาในแง่ความพร้อมก่อนขึ้นเวที เพราะตัวเลขน้ำหนักอาจถูกนำไปพิจารณาร่วมกับฟอร์มการชกและสไตล์มวยของแต่ละคน

คู่มวยที่น่าจับตาในศึกมวยไทยพลังใหม่ 20 พ.ค. 2569

หนึ่งในคู่ที่น่าจับตามากที่สุดคือ เพชรแสนคม ส.สมหมาย พบ โนลีสัน ภูเก็ตไฟท์คลับ ในพิกัด 126 ปอนด์ เพราะเป็นคู่ที่ผลชั่งน้ำหนักของทั้งสองฝ่ายต่างกันชัดเจน ฝ่ายแดงชั่งเกิน 0.4 ปอนด์ ส่วนฝ่ายน้ำเงินชั่งขาด 0.3 ปอนด์ ทำให้เกิดมุมติดตามเรื่องรูปร่าง น้ำหนัก และจังหวะการยืนระยะเมื่อขึ้นชกจริง

อีกคู่ที่มีประเด็นโดดเด่นคือ เพชรอคิน เงาะบางกะปิ พบ ชาละวัน หยกขาวยิม ในพิกัด 131 ปอนด์ เนื่องจากเพชรอคินชั่งเกินถึง 2.9 ปอนด์ ขณะที่ชาละวันชั่งขาดเพียง 0.1 ปอนด์ ความต่างของน้ำหนักก่อนชกทำให้คู่นี้น่าสนใจอย่างมาก โดยเฉพาะการดูว่าฝ่ายใดจะสามารถใช้จุดเด่นของตนเองได้เหนือกว่าในเกมบนเวที

ซันเดย์ บูมเด็กเซียน พบ จ้าวอินทรีย์ เกียรติเจริญชัย ก็เป็นอีกหนึ่งคู่ที่ไม่ควรมองข้าม เพราะซันเดย์ชั่งเกินเพียง 0.1 ปอนด์ ขณะที่จ้าวอินทรีย์ชั่งเกิน 1.2 ปอนด์ ความต่างของน้ำหนักก่อนชกอาจทำให้แฟนมวยสนใจการวางเกมของทั้งสองฝ่ายมากขึ้น โดยเฉพาะการใช้แรงปะทะและการควบคุมจังหวะในพิกัด 121 ปอนด์

ตารางมวยไทย พร้อมลิ้งก์ ดูมวยสดวันนี้ ทุกศึกทุกสังเวียนดวล ดูถ่ายทอดสดมวยวันนี้

ภาพรวมการแข่งขันที่เวทีมวยราชดำเนิน

เวทีมวยราชดำเนินเป็นสถานที่จัดการแข่งขันที่มีความสำคัญต่อวงการมวยไทยมายาวนาน และการจัดศึกมวยไทยพลังใหม่ในวันพุธที่ 20 พฤษภาคม 2569 ก็ยังคงเป็นรายการที่แฟนมวยให้ความสนใจอย่างต่อเนื่อง ด้วยจำนวนคู่ชกทั้งหมด 9 คู่ ทำให้รายการนี้มีความหลากหลายทั้งด้านพิกัด น้ำหนักตัว และสไตล์ของนักมวยที่ขึ้นเวทีในแต่ละช่วงของรายการ

โปรแกรมในวันนี้มีทั้งคู่เปิดรายการพิกัดเล็กที่เหมาะกับการดูจังหวะความเร็ว คู่กลางรายการที่มีประเด็นเรื่องน้ำหนักแตกต่างกันหลายคู่ และคู่ท้ายรายการในพิกัด 135 ปอนด์ที่ให้ภาพของการปะทะหนักแน่นมากขึ้น การไล่ดูข้อมูลแบบรายคู่จึงช่วยให้แฟนมวยเข้าใจภาพรวมของรายการได้ครบถ้วนก่อนติดตามการแข่งขันจริงที่เวทีมวยราชดำเนิน

คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับโปรแกรมศึกมวยไทยพลังใหม่ 20 พ.ค. 2569

ศึกมวยไทยพลังใหม่ 20 พ.ค. 2569 แข่งขันที่ไหน?

ศึกมวยไทยพลังใหม่ 20 พ.ค. 2569 แข่งขันที่เวทีมวยราชดำเนิน ซึ่งเป็นเวทีมวยสำคัญที่แฟนมวยไทยรู้จักกันดี โดยรายการนี้จัดขึ้นในวันพุธที่ 20 พฤษภาคม 2569 และมีโปรแกรมการแข่งขันทั้งหมด 9 คู่ ครอบคลุมหลายพิกัดตั้งแต่ 105 ปอนด์ไปจนถึง 135 ปอนด์

โปรแกรมศึกมวยไทยพลังใหม่ เริ่มกี่โมง?

โปรแกรมการแข่งขันศึกมวยไทยพลังใหม่ในวันพุธที่ 20 พฤษภาคม 2569 เริ่มเวลา 18:00 น. โดยแฟนมวยสามารถติดตามรายชื่อคู่ชกและผลชั่งน้ำหนักก่อนขึ้นเวทีได้ครบทั้งฝ่ายแดงและฝ่ายน้ำเงิน เพื่อใช้ประกอบการรับชมการแข่งขันในแต่ละคู่ของรายการ

รายการนี้มีคู่มวยทั้งหมดกี่คู่?

รายการศึกมวยไทยพลังใหม่ครั้งนี้มีคู่มวยทั้งหมด 9 คู่ ตั้งแต่คู่เปิดรายการระหว่างก้องพิภพ ธนพลรีสอร์ท พบ พยัคฆ์มณี สวนจากคาเฟ่ ไปจนถึงคู่ท้ายรายการระหว่างคชสาร ว.วิวัฒนานนท์ พบ ขุนสยาม เกียรติตะวันชัย ในพิกัด 135 ปอนด์

คู่ไหนมีนักมวยชั่งเกินพิกัดมากที่สุด?

คู่ที่มีนักมวยชั่งเกินพิกัดมากที่สุดคือคู่ที่ 8 ระหว่างเพชรอคิน เงาะบางกะปิ พบ ชาละวัน หยกขาวยิม โดยเพชรอคินขึ้นชั่งในพิกัด 131 ปอนด์ แต่ชั่งได้ 133.9 ปอนด์ เกินพิกัด 2.9 ปอนด์ ซึ่งเป็นตัวเลขที่สูงที่สุดของรายการนี้

มีนักมวยคนใดชั่งได้ตามพิกัดหรือไม่?

นักมวยที่ชั่งได้ตามพิกัดในโปรแกรมนี้คือ เพชรเมืองสิงห์ ใต้เพชรบุรี จากคู่ที่ 2 ซึ่งขึ้นชกในพิกัด 115 ปอนด์ และสามารถชั่งได้ตามพิกัดพอดี ขณะที่คู่ชกอย่างชัยมงคล ส.บุญมีฤทธิ์ ชั่งได้ 115.1 ปอนด์ เกินพิกัดเพียง 0.1 ปอนด์

สรุปโปรแกรมศึกมวยไทยพลังใหม่ 20 พ.ค. 2569

โปรแกรมศึกมวยไทยพลังใหม่ 20 พ.ค. 2569 ที่เวทีมวยราชดำเนิน เป็นรายการที่มีคู่มวยครบ 9 คู่ พร้อมผลชั่งน้ำหนักก่อนชกให้ติดตามอย่างละเอียด โดยมีทั้งนักมวยที่ชั่งได้ตามพิกัด ชั่งเกินพิกัด และชั่งขาดพิกัด ทำให้ข้อมูลก่อนการแข่งขันมีความน่าสนใจและช่วยเพิ่มมิติในการรับชมมากขึ้นสำหรับแฟนมวยไทย

จากภาพรวมทั้งหมด คู่ที่มีประเด็นเรื่องน้ำหนักเด่นที่สุดคือ เพชรอคิน เงาะบางกะปิ พบ ชาละวัน หยกขาวยิม ส่วนคู่ที่น่าติดตามในเชิงความสมดุลของน้ำหนักคือ เพชรเมืองสิงห์ ใต้เพชรบุรี พบ ชัยมงคล ส.บุญมีฤทธิ์ ขณะที่คู่ท้ายรายการอย่างคชสาร ว.วิวัฒนานนท์ พบ ขุนสยาม เกียรติตะวันชัย ก็เป็นอีกหนึ่งคู่ที่เหมาะแก่การติดตามปิดท้ายรายการในพิกัด 135 ปอนด์