โปรแกรมมวย ศึกเพชรยินดี วันที่ 4 มิ.ย. 2569 พร้อมระเบิดความมันที่เวทีมวยราชดำเนิน ในวันพฤหัสบดีที่ 4 มิถุนายน 2569 โดยการแข่งขันเริ่มเวลา 18:00 น. รายการนี้มีคู่มวยให้ติดตามทั้งหมด 9 คู่ ครบทั้งพิกัดเล็กและพิกัดกลาง พร้อมข้อมูลผลชั่งน้ำหนักก่อนชกที่แฟนมวยสามารถใช้ตรวจสอบความพร้อมของนักชกแต่ละฝ่ายได้อย่างชัดเจนก่อนเข้าสู่บรรยากาศการแข่งขันจริงบนสังเวียนราชดำเนิน

ศึกเพชรยินดีในครั้งนี้ถือเป็นอีกหนึ่งรายการที่น่าติดตาม เพราะมีนักมวยจากหลายค่ายดังขึ้นชกกันอย่างคับคั่ง ทั้งฝั่งมุมแดงและมุมน้ำเงินต่างมีประเด็นเรื่องพิกัดและน้ำหนักชั่งจริงให้จับตา หลายคู่ชั่งได้ใกล้เคียงพิกัด ขณะที่บางคู่มีน้ำหนักเกินหรือน้ำหนักขาดแตกต่างกันพอสมควร ทำให้ข้อมูลก่อนชกมีความสำคัญสำหรับผู้ชมที่ต้องการติดตามโปรแกรมมวยอย่างละเอียด

รายละเอียดการแข่งขันศึกเพชรยินดี วันที่ 4 มิถุนายน 2569

รายการศึกเพชรยินดี วันพฤหัสบดีที่ 4 มิถุนายน 2569 จัดขึ้นที่เวทีมวยราชดำเนิน ซึ่งเป็นหนึ่งในเวทีมวยสำคัญของวงการมวยไทย โดยโปรแกรมการแข่งขันเริ่มเวลา 18:00 น. เป็นต้นไป แฟนมวยสามารถติดตามคู่ชกทั้งหมดได้ตั้งแต่คู่เปิดหัวไปจนถึงคู่ท้ายรายการ โดยแต่ละคู่มีการระบุพิกัด น้ำหนักชั่งจริง และส่วนต่างของน้ำหนักไว้อย่างครบถ้วน

ภาพรวมของโปรแกรมวันนี้มีทั้งหมด 9 คู่ เริ่มตั้งแต่พิกัด 102 ปอนด์ ไปจนถึงพิกัด 134 ปอนด์ โดยมีทั้งคู่ที่นักมวยชั่งได้ตามพิกัด คู่ที่ชั่งต่ำกว่าพิกัด และคู่ที่ชั่งเกินพิกัดอย่างเห็นได้ชัด ข้อมูลเหล่านี้ช่วยให้แฟนมวยมองเห็นความพร้อมเบื้องต้นของนักชกแต่ละรายก่อนขึ้นเวที และช่วยเพิ่มความน่าสนใจให้กับการติดตามการแข่งขันในทุกคู่

 

รายการ รายละเอียด
ชื่อรายการ ศึกเพชรยินดี
วันแข่งขัน วันพฤหัสบดีที่ 4 มิถุนายน 2569
สถานที่ เวทีมวยราชดำเนิน
เวลาเริ่มแข่งขัน 18:00 น.
จำนวนคู่มวย 9 คู่

ตารางโปรแกรมมวย ศึกเพชรยินดี วันที่ 4 มิ.ย. 2569

ตารางโปรแกรมมวย ศึกเพชรยินดี วันที่ 4 มิ.ย. 2569 ด้านล่างนี้รวบรวมรายชื่อคู่ชกทั้งหมดในรายการ พร้อมแยกฝั่งมุมแดงและมุมน้ำเงินอย่างชัดเจน เพื่อให้ผู้อ่านสามารถตรวจสอบได้อย่างรวดเร็วว่ามีใครขึ้นชกกับใครบ้างในแต่ละคู่ นอกจากนี้ยังมีข้อมูลพิกัด น้ำหนักชั่งจริง และสถานะน้ำหนักที่ช่วยให้เห็นภาพรวมของรายการได้ครบถ้วนในตารางเดียว

คู่ที่ มุมแดง พิกัด/ชั่งได้ มุมน้ำเงิน พิกัด/ชั่งได้
1 น้ำตาลเอ ส.ชัยโย พิกัด 102 / ชั่งได้ 102.3 เกิน 0.3 เพชรวังหิน มวยหูทวีศักดิ์เล็ก พิกัด 102 / ชั่งได้ 101.9 ขาด 0.1
2 แบงค์แสน จันทร์งามรีสอร์ท พิกัด 113 / ชั่งได้ 112.4 ขาด 0.6 พลอยมงคล จ.เมืองศรี พิกัด 113 / ชั่งได้ 112.6 ขาด 0.4
3 เป็นดาว บ.รุ่งโรจน์ พิกัด 106 / ชั่งได้ 104 ขาด 2.0 เพชรไดมอนด์ ช.ห้าพยัคฆ์ พิกัด 106 / ชั่งได้ 105.4 ขาด 0.6
4 ศีลธรรม ม.ราชภัฏหมู่บ้านจอมบึง พิกัด 131 / ชั่งได้ 131.4 เกิน 0.4 มิราจ ว.อุรชา พิกัด 131 / ชั่งได้ 132 เกิน 1.0
5 เพชรเทวดา ส.บุญรักษ์ พิกัด 134 / ชั่งได้ 134.2 เกิน 0.2 ทุ่งอ้อน้อย ชุมชนกะเหรี่ยงกีแมร์ พิกัด 134 / ชั่งได้ตามพิกัด
6 ยอดเสกสรร ม.ราชภัฏหมู่บ้านจอมบึง พิกัด 133 / ชั่งได้ 131.8 ขาด 1.2 ทวนทอง ช.ช้างยิมส์ลพบุรี พิกัด 134 / ชั่งได้ 137.4 เกิน 3.4
7 เพชรนิรันดร์ ดาบแบนสารคาม พิกัด 130 / ชั่งได้ 130.2 เกิน 0.2 ป่านเพชร ว.สังข์ประไพ พิกัด 130 / ชั่งได้ 131 เกิน 1.0
8 พลายทองคำ แอ็ดสันป่าตอง พิกัด 108 / ชั่งได้ 108.6 เกิน 0.6 ทัพไทย ส.เปรมบุตร พิกัด 108 / ชั่งได้ 110.2 เกิน 2.2
9 แหลมโพธิ์ ศิษย์คุณวสันต์ พิกัด 111 / ชั่งได้ 112.7 เกิน 1.7 กำปั้นทอง ช.ห้าพยัคฆ์ พิกัด 111 / ชั่งได้ 111.7 เกิน 0.7

รายละเอียดคู่มวยศึกเพชรยินดีทั้งหมด 9 คู่

คู่ที่ 1 น้ำตาลเอ ส.ชัยโย พบ เพชรวังหิน มวยหูทวีศักดิ์เล็ก

คู่เปิดรายการเป็นการพบกันระหว่าง น้ำตาลเอ ส.ชัยโย จากมุมแดง พบกับ เพชรวังหิน มวยหูทวีศักดิ์เล็ก จากมุมน้ำเงิน ในพิกัด 102 ปอนด์ โดยน้ำตาลเอชั่งได้ 102.3 ปอนด์ เกินพิกัด 0.3 ปอนด์ ส่วนเพชรวังหินชั่งได้ 101.9 ปอนด์ ขาดพิกัด 0.1 ปอนด์ ถือเป็นคู่แรกที่น้ำหนักต่างกันไม่มากและเหมาะสำหรับเปิดบรรยากาศของรายการ

ความน่าสนใจของคู่นี้อยู่ที่การชั่งน้ำหนักในพิกัดเล็ก ซึ่งโดยทั่วไปความคล่องตัว จังหวะออกอาวุธ และการคุมระยะจะมีผลต่อรูปเกมค่อนข้างมาก ฝั่งแดงมีน้ำหนักเกินเล็กน้อย ส่วนฝั่งน้ำเงินต่ำกว่าพิกัดเพียงเล็กน้อย ทำให้ก่อนขึ้นชกแฟนมวยสามารถจับตาได้ว่าทั้งสองฝ่ายจะใช้ความสด ความเร็ว และการยืนระยะในช่วงต้นเกมอย่างไร

คู่ที่ 2 แบงค์แสน จันทร์งามรีสอร์ท พบ พลอยมงคล จ.เมืองศรี

คู่ที่สองของรายการเป็นการเจอกันของ แบงค์แสน จันทร์งามรีสอร์ท มุมแดง พบกับ พลอยมงคล จ.เมืองศรี มุมน้ำเงิน ในพิกัด 113 ปอนด์ โดยแบงค์แสนชั่งได้ 112.4 ปอนด์ ขาดพิกัด 0.6 ปอนด์ ส่วนพลอยมงคลชั่งได้ 112.6 ปอนด์ ขาดพิกัด 0.4 ปอนด์ ทั้งสองฝ่ายชั่งต่ำกว่าพิกัดเล็กน้อยและมีน้ำหนักใกล้เคียงกันมาก

คู่นี้ถือว่าน่าสนใจในมุมของความสมดุลเรื่องน้ำหนัก เพราะทั้งสองฝ่ายชั่งต่ำกว่าพิกัดเหมือนกันและต่างกันเพียงเล็กน้อยเท่านั้น การขึ้นชกในพิกัด 113 ปอนด์อาจทำให้รูปเกมมีทั้งจังหวะเร็วและการแลกอาวุธต่อเนื่อง หากทั้งคู่รักษาสภาพร่างกายหลังชั่งน้ำหนักได้ดี โอกาสที่เกมจะออกมาสูสีและดูสนุกตั้งแต่ยกแรกย่อมมีสูง

คู่ที่ 3 เป็นดาว บ.รุ่งโรจน์ พบ เพชรไดมอนด์ ช.ห้าพยัคฆ์

คู่ที่สาม เป็นดาว บ.รุ่งโรจน์ มุมแดง พบกับ เพชรไดมอนด์ ช.ห้าพยัคฆ์ มุมน้ำเงิน ในพิกัด 106 ปอนด์ โดยเป็นดาวชั่งได้ 104 ปอนด์ ขาดพิกัด 2.0 ปอนด์ ส่วนเพชรไดมอนด์ชั่งได้ 105.4 ปอนด์ ขาดพิกัด 0.6 ปอนด์ คู่นี้มีประเด็นเรื่องน้ำหนักค่อนข้างชัด เพราะฝั่งแดงชั่งต่ำกว่าพิกัดมากกว่าฝั่งน้ำเงินพอสมควร

การที่เป็นดาวชั่งต่ำกว่าพิกัดถึง 2.0 ปอนด์ อาจทำให้แฟนมวยสนใจเรื่องสภาพร่างกายและความแข็งแรงเมื่อเทียบกับคู่ชก ขณะที่เพชรไดมอนด์มีน้ำหนักใกล้พิกัดมากกว่า การติดตามคู่นี้จึงไม่ได้มีเพียงเรื่องชื่อชั้นหรือสไตล์การชกเท่านั้น แต่ยังรวมถึงความพร้อมหลังชั่งน้ำหนักและการเติมร่างกายก่อนขึ้นเวทีด้วย

คู่ที่ 4 ศีลธรรม ม.ราชภัฏหมู่บ้านจอมบึง พบ มิราจ ว.อุรชา

คู่ที่สี่ของศึกเพชรยินดีเป็นการพบกันระหว่าง ศีลธรรม ม.ราชภัฏหมู่บ้านจอมบึง จากมุมแดง พบกับ มิราจ ว.อุรชา จากมุมน้ำเงิน ในพิกัด 131 ปอนด์ โดยศีลธรรมชั่งได้ 131.4 ปอนด์ เกินพิกัด 0.4 ปอนด์ ส่วนมิราจชั่งได้ 132 ปอนด์ เกินพิกัด 1.0 ปอนด์ ทำให้คู่นี้เป็นคู่ที่ทั้งสองฝ่ายมีน้ำหนักเกินพิกัดเหมือนกัน

เมื่อทั้งสองฝ่ายชั่งเกินพิกัดเหมือนกัน ความแตกต่างของน้ำหนักจึงกลายเป็นจุดที่น่าจับตามอง โดยมิราจเกินมากกว่าศีลธรรมเล็กน้อย แต่ยังอยู่ในระดับที่แฟนมวยต้องรอดูว่าการควบคุมน้ำหนักก่อนชกจะส่งผลต่อความสดและการออกอาวุธหรือไม่ คู่นี้อยู่ในพิกัด 131 ปอนด์ จึงมีโอกาสเห็นเกมที่หนักแน่นและมีแรงปะทะชัดเจนกว่าคู่พิกัดเล็ก

คู่ที่ 5 เพชรเทวดา ส.บุญรักษ์ พบ ทุ่งอ้อน้อย ชุมชนกะเหรี่ยงกีแมร์

คู่ที่ห้า เพชรเทวดา ส.บุญรักษ์ มุมแดง พบกับ ทุ่งอ้อน้อย ชุมชนกะเหรี่ยงกีแมร์ มุมน้ำเงิน ในพิกัด 134 ปอนด์ โดยเพชรเทวดาชั่งได้ 134.2 ปอนด์ เกินพิกัด 0.2 ปอนด์ ส่วนทุ่งอ้อน้อยชั่งได้ตามพิกัดพอดี คู่นี้เป็นหนึ่งในคู่ที่ข้อมูลน้ำหนักค่อนข้างน่าสนใจ เพราะฝั่งน้ำเงินทำพิกัดได้ตรงตามกำหนด

การที่ทุ่งอ้อน้อยชั่งได้ตามพิกัดถือเป็นสัญญาณที่ดีในแง่ความพร้อมก่อนแข่งขัน ขณะที่เพชรเทวดาเกินเพียง 0.2 ปอนด์ ซึ่งเป็นส่วนต่างไม่มากนัก เมื่อพิจารณาจากพิกัด 134 ปอนด์ คู่นี้จึงมีความน่าสนใจในเรื่องความแข็งแรงและการใช้แรงปะทะ โดยแฟนมวยสามารถจับตาได้ว่าฝ่ายใดจะคุมจังหวะและทำอาวุธได้ชัดเจนกว่า

คู่ที่ 6 ยอดเสกสรร ม.ราชภัฏหมู่บ้านจอมบึง พบ ทวนทอง ช.ช้างยิมส์ลพบุรี

คู่ที่หก ยอดเสกสรร ม.ราชภัฏหมู่บ้านจอมบึง จากมุมแดง พบกับ ทวนทอง ช.ช้างยิมส์ลพบุรี จากมุมน้ำเงิน โดยฝั่งแดงอยู่พิกัด 133 ปอนด์ ชั่งได้ 131.8 ปอนด์ ขาดพิกัด 1.2 ปอนด์ ส่วนฝั่งน้ำเงินอยู่พิกัด 134 ปอนด์ ชั่งได้ 137.4 ปอนด์ เกินพิกัด 3.4 ปอนด์ คู่นี้มีความแตกต่างด้านน้ำหนักมากที่สุดคู่หนึ่งของรายการ

จุดเด่นของคู่นี้คือผลชั่งน้ำหนักที่ต่างกันอย่างชัดเจน ยอดเสกสรรชั่งต่ำกว่าพิกัด ขณะที่ทวนทองชั่งเกินพิกัดค่อนข้างมาก ทำให้ก่อนชกมีประเด็นให้ติดตามทั้งเรื่องความแข็งแรง ขนาดตัว และสภาพร่างกายหลังผ่านการชั่งน้ำหนัก หากทั้งสองฝ่ายปรับตัวก่อนขึ้นเวทีได้ดี คู่นี้อาจกลายเป็นคู่ที่มีแรงปะทะและรูปเกมน่าติดตามมากเป็นพิเศษ

คู่ที่ 7 เพชรนิรันดร์ ดาบแบนสารคาม พบ ป่านเพชร ว.สังข์ประไพ

คู่ที่เจ็ด เพชรนิรันดร์ ดาบแบนสารคาม มุมแดง พบกับ ป่านเพชร ว.สังข์ประไพ มุมน้ำเงิน ในพิกัด 130 ปอนด์ โดยเพชรนิรันดร์ชั่งได้ 130.2 ปอนด์ เกินพิกัด 0.2 ปอนด์ ส่วนป่านเพชรชั่งได้ 131 ปอนด์ เกินพิกัด 1.0 ปอนด์ คู่นี้เป็นอีกคู่ที่ทั้งสองฝ่ายชั่งเกินพิกัด แต่ส่วนต่างของฝั่งน้ำเงินมากกว่า

ด้วยพิกัด 130 ปอนด์ คู่นี้มีแนวโน้มเป็นการต่อสู้ที่ต้องใช้ทั้งแรงปะทะและการยืนระยะ โดยเพชรนิรันดร์เกินเพียงเล็กน้อย ส่วนป่านเพชรเกินมากกว่าอย่างชัดเจน แฟนมวยที่ติดตามรายละเอียดก่อนชกจึงควรสังเกตว่าความต่างของน้ำหนักจะมีผลต่อการเข้าทำ การตั้งรับ และความคล่องตัวระหว่างเกมหรือไม่

คู่ที่ 8 พลายทองคำ แอ็ดสันป่าตอง พบ ทัพไทย ส.เปรมบุตร

คู่ที่แปด พลายทองคำ แอ็ดสันป่าตอง จากมุมแดง พบกับ ทัพไทย ส.เปรมบุตร จากมุมน้ำเงิน ในพิกัด 108 ปอนด์ โดยพลายทองคำชั่งได้ 108.6 ปอนด์ เกินพิกัด 0.6 ปอนด์ ส่วนทัพไทยชั่งได้ 110.2 ปอนด์ เกินพิกัด 2.2 ปอนด์ คู่นี้เป็นคู่พิกัดเล็กที่มีประเด็นน้ำหนักเกินของฝั่งน้ำเงินค่อนข้างเด่น

แม้จะเป็นพิกัด 108 ปอนด์ แต่ผลชั่งน้ำหนักของทัพไทยที่เกิน 2.2 ปอนด์ทำให้คู่นี้มีเรื่องให้พูดถึงก่อนชก ขณะที่พลายทองคำเกินเพียง 0.6 ปอนด์เท่านั้น ความต่างดังกล่าวอาจทำให้รูปเกมมีทั้งมุมของขนาดตัวและความคล่องตัวเข้ามาเกี่ยวข้อง แฟนมวยจึงควรจับตาว่าฝ่ายใดจะใช้จังหวะของตัวเองได้ดีกว่าเมื่อขึ้นสู่เวทีจริง

คู่ที่ 9 แหลมโพธิ์ ศิษย์คุณวสันต์ พบ กำปั้นทอง ช.ห้าพยัคฆ์

คู่ที่เก้าหรือคู่ท้ายของรายการเป็นการพบกันระหว่าง แหลมโพธิ์ ศิษย์คุณวสันต์ มุมแดง พบกับ กำปั้นทอง ช.ห้าพยัคฆ์ มุมน้ำเงิน ในพิกัด 111 ปอนด์ โดยแหลมโพธิ์ชั่งได้ 112.7 ปอนด์ เกินพิกัด 1.7 ปอนด์ ส่วนกำปั้นทองชั่งได้ 111.7 ปอนด์ เกินพิกัด 0.7 ปอนด์ ทั้งสองฝ่ายชั่งเกินพิกัดเหมือนกัน แต่ฝั่งแดงเกินมากกว่า

การปิดท้ายรายการด้วยคู่นี้ถือว่าน่าสนใจ เพราะเป็นคู่ในพิกัด 111 ปอนด์ที่ทั้งสองฝ่ายมีน้ำหนักเกินพิกัด โดยแหลมโพธิ์มีส่วนต่างมากกว่ากำปั้นทอง 1.0 ปอนด์ ก่อนการแข่งขันจึงมีประเด็นให้ติดตามทั้งเรื่องการคุมร่างกาย จังหวะออกอาวุธ และการยืนระยะ หากทั้งสองคนเปิดเกมสู้กันตั้งแต่ต้น คู่นี้อาจสร้างความสนุกส่งท้ายรายการได้เป็นอย่างดี

สรุปผลชั่งน้ำหนักศึกเพชรยินดี 4 มิถุนายน 2569

ผลชั่งน้ำหนักของศึกเพชรยินดีครั้งนี้มีทั้งนักมวยที่ชั่งได้ตามพิกัด นักมวยที่ชั่งต่ำกว่าพิกัด และนักมวยที่ชั่งเกินพิกัด โดยภาพรวมจะเห็นได้ว่ามีหลายคู่ที่น้ำหนักแตกต่างกันพอสมควร โดยเฉพาะคู่ที่ 6 ซึ่งทวนทอง ช.ช้างยิมส์ลพบุรี ชั่งเกินพิกัดถึง 3.4 ปอนด์ ทำให้เป็นหนึ่งในประเด็นเด่นของโปรแกรมวันนี้

สถานะน้ำหนัก รายชื่อนักมวย รายละเอียด
ชั่งได้ตามพิกัด ทุ่งอ้อน้อย ชุมชนกะเหรี่ยงกีแมร์ พิกัด 134 ปอนด์ ชั่งได้ตามพิกัด
ชั่งเกินมากที่สุด ทวนทอง ช.ช้างยิมส์ลพบุรี พิกัด 134 ปอนด์ ชั่งได้ 137.4 ปอนด์ เกิน 3.4 ปอนด์
ชั่งขาดมากที่สุด เป็นดาว บ.รุ่งโรจน์ พิกัด 106 ปอนด์ ชั่งได้ 104 ปอนด์ ขาด 2.0 ปอนด์
คู่ที่น้ำหนักต่างชัดเจน ยอดเสกสรร พบ ทวนทอง ฝั่งแดงขาด 1.2 ปอนด์ ขณะที่ฝั่งน้ำเงินเกิน 3.4 ปอนด์
คู่เปิดรายการ น้ำตาลเอ พบ เพชรวังหิน พิกัด 102 ปอนด์ น้ำหนักต่างกันเล็กน้อย
คู่ท้ายรายการ แหลมโพธิ์ พบ กำปั้นทอง พิกัด 111 ปอนด์ ทั้งสองฝ่ายชั่งเกินพิกัด

หากแบ่งตามสถานะน้ำหนัก จะพบว่านักมวยที่ชั่งได้ตามพิกัดมีเพียง ทุ่งอ้อน้อย ชุมชนกะเหรี่ยงกีแมร์ ส่วนกลุ่มที่ชั่งขาดพิกัดประกอบด้วย เพชรวังหิน, แบงค์แสน, พลอยมงคล, เป็นดาว, เพชรไดมอนด์ และยอดเสกสรร ขณะที่กลุ่มชั่งเกินพิกัดมีหลายราย เช่น น้ำตาลเอ, ศีลธรรม, มิราจ, เพชรเทวดา, ทวนทอง, เพชรนิรันดร์, ป่านเพชร, พลายทองคำ, ทัพไทย, แหลมโพธิ์ และกำปั้นทอง

ตารางมวยไทย พร้อมลิ้งก์ ดูมวยสดวันนี้ ทุกศึกทุกสังเวียนดวล ดูถ่ายทอดสดมวยวันนี้

ภาพรวมความน่าสนใจของโปรแกรมมวยวันนี้

โปรแกรมมวย ศึกเพชรยินดี วันที่ 4 มิ.ย. 2569 มีความน่าสนใจตรงที่แต่ละคู่มีรายละเอียดก่อนชกแตกต่างกันอย่างชัดเจน บางคู่มีน้ำหนักใกล้เคียงกันมาก เช่น คู่ที่ 2 ระหว่างแบงค์แสนกับพลอยมงคล ขณะที่บางคู่มีความต่างของน้ำหนักเป็นประเด็นสำคัญ เช่น คู่ที่ 6 ระหว่างยอดเสกสรรกับทวนทอง ซึ่งผลชั่งน้ำหนักต่างกันอย่างเห็นได้ชัด

อีกหนึ่งจุดที่ทำให้รายการนี้น่าติดตามคือการกระจายพิกัดของคู่มวย ตั้งแต่พิกัดเล็ก 102 ปอนด์, 106 ปอนด์, 108 ปอนด์ และ 111 ปอนด์ ไปจนถึงพิกัดกลาง 130 ปอนด์, 131 ปอนด์, 133 ปอนด์ และ 134 ปอนด์ ทำให้แฟนมวยได้เห็นสไตล์การแข่งขันที่หลากหลาย ทั้งเกมเร็วในพิกัดเล็กและเกมปะทะหนักในพิกัดที่สูงขึ้น

สำหรับผู้ที่ต้องการติดตามรายการนี้ตั้งแต่ต้นจนจบ ควรเริ่มรับชมตั้งแต่เวลา 18:00 น. เพราะคู่เปิดรายการมีรายละเอียดที่น่าสนใจไม่แพ้คู่ท้าย อีกทั้งข้อมูลผลชั่งน้ำหนักก่อนชกยังช่วยให้การรับชมมีมิติมากขึ้น ไม่ว่าจะเป็นการดูความพร้อมของนักมวย การประเมินขนาดตัว หรือการสังเกตว่าฝ่ายใดสามารถรักษาสภาพร่างกายได้ดีกว่าหลังการชั่งน้ำหนัก

คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับศึกเพชรยินดี วันที่ 4 มิถุนายน 2569

ศึกเพชรยินดีวันที่ 4 มิถุนายน 2569 จัดที่ไหน

ศึกเพชรยินดีวันที่ 4 มิถุนายน 2569 จัดขึ้นที่เวทีมวยราชดำเนิน ซึ่งเป็นเวทีมวยสำคัญของประเทศไทยและเป็นสถานที่จัดการแข่งขันมวยไทยหลายรายการใหญ่ โดยรายการนี้เริ่มแข่งขันเวลา 18:00 น. และมีคู่มวยให้ติดตามทั้งหมด 9 คู่ ตั้งแต่คู่เปิดรายการในพิกัด 102 ปอนด์ ไปจนถึงคู่ท้ายรายการในพิกัด 111 ปอนด์

ศึกเพชรยินดีวันนี้เริ่มแข่งขันกี่โมง

โปรแกรมการแข่งขันศึกเพชรยินดีในวันพฤหัสบดีที่ 4 มิถุนายน 2569 เริ่มเวลา 18:00 น. โดยแฟนมวยที่ต้องการติดตามทุกคู่ควรเตรียมรับชมตั้งแต่ช่วงเปิดรายการ เพราะมีข้อมูลคู่มวยและผลชั่งน้ำหนักที่น่าสนใจตั้งแต่คู่แรก ซึ่งเป็นการพบกันระหว่าง น้ำตาลเอ ส.ชัยโย กับ เพชรวังหิน มวยหูทวีศักดิ์เล็ก

ศึกเพชรยินดี 4 มิถุนายน 2569 มีทั้งหมดกี่คู่

รายการศึกเพชรยินดี วันที่ 4 มิถุนายน 2569 มีการแข่งขันทั้งหมด 9 คู่ โดยแต่ละคู่มีการระบุชื่อมวยฝั่งแดงและฝั่งน้ำเงิน พร้อมข้อมูลพิกัดและน้ำหนักชั่งจริงไว้อย่างครบถ้วน ทำให้แฟนมวยสามารถตรวจสอบโปรแกรมได้อย่างสะดวกก่อนติดตามการแข่งขันจริงที่เวทีมวยราชดำเนินในช่วงเวลา 18:00 น.

คู่แรกของรายการคือใครพบใคร

คู่แรกของศึกเพชรยินดีวันนี้เป็นการพบกันระหว่าง น้ำตาลเอ ส.ชัยโย จากมุมแดง พบกับ เพชรวังหิน มวยหูทวีศักดิ์เล็ก จากมุมน้ำเงิน ในพิกัด 102 ปอนด์ โดยน้ำตาลเอชั่งได้ 102.3 ปอนด์ เกิน 0.3 ปอนด์ ส่วนเพชรวังหินชั่งได้ 101.9 ปอนด์ ขาด 0.1 ปอนด์

นักมวยคนใดชั่งเกินพิกัดมากที่สุดในรายการนี้

นักมวยที่ชั่งเกินพิกัดมากที่สุดในโปรแกรมนี้คือ ทวนทอง ช.ช้างยิมส์ลพบุรี ซึ่งอยู่ในคู่ที่ 6 พบกับ ยอดเสกสรร ม.ราชภัฏหมู่บ้านจอมบึง โดยทวนทองอยู่พิกัด 134 ปอนด์ แต่ชั่งได้ 137.4 ปอนด์ เกินพิกัด 3.4 ปอนด์ ถือเป็นตัวเลขที่เด่นที่สุดในข้อมูลผลชั่งน้ำหนักของรายการนี้

สรุปโปรแกรมมวย ศึกเพชรยินดี วันที่ 4 มิ.ย. 2569

โปรแกรมมวย ศึกเพชรยินดี วันที่ 4 มิ.ย. 2569 ที่เวทีมวยราชดำเนิน เป็นรายการที่มีคู่มวยให้ติดตามครบ 9 คู่ พร้อมข้อมูลผลชั่งน้ำหนักที่ช่วยเพิ่มรายละเอียดให้กับการรับชม ตั้งแต่คู่แรก น้ำตาลเอ ส.ชัยโย พบ เพชรวังหิน มวยหูทวีศักดิ์เล็ก ไปจนถึงคู่สุดท้าย แหลมโพธิ์ ศิษย์คุณวสันต์ พบ กำปั้นทอง ช.ห้าพยัคฆ์

แฟนมวยที่ติดตามศึกเพชรยินดีในวันนี้จะได้เห็นทั้งคู่ที่น้ำหนักใกล้เคียงกันและคู่ที่มีความแตกต่างด้านน้ำหนักอย่างชัดเจน โดยเฉพาะคู่ที่ 6 ซึ่งมีประเด็นเรื่องน้ำหนักมากที่สุดของรายการ ขณะที่คู่ที่ 5 มีนักมวยชั่งได้ตามพิกัดพอดีอย่าง ทุ่งอ้อน้อย ชุมชนกะเหรี่ยงกีแมร์ ทำให้ภาพรวมของรายการนี้มีข้อมูลก่อนชกที่น่าสนใจครบทุกมิติ

สำหรับผู้ที่ต้องการติดตามการแข่งขัน ควรตรวจสอบโปรแกรมและเวลาให้พร้อม โดยศึกเพชรยินดี วันพฤหัสบดีที่ 4 มิถุนายน 2569 เริ่มเวลา 18:00 น. ณ เวทีมวยราชดำเนิน รายการนี้เหมาะสำหรับแฟนมวยที่ต้องการชมการแข่งขันต่อเนื่องหลายคู่ พร้อมติดตามรายละเอียดพิกัด น้ำหนักชั่งจริง และความพร้อมของนักมวยก่อนขึ้นสังเวียนอย่างครบถ้วน