โปรแกรมมวย ศึกมวยไมย 7 สี 22 ก.พ. 2569 วันนี้สามารถเช็กข้อมูลให้ครบในหน้าเดียวได้เลย เพราะบทความนี้สรุปวันแข่งขัน เวลาเริ่มรายการ สถานที่จัดชก ณ เวทีมวยช่อง 7 และรายชื่อคู่มวยครบทั้ง 6 คู่ พร้อมผลชั่งน้ำหนักของนักมวยทั้งมุมแดงและมุมน้ำเงินอย่างละเอียด เพื่อให้เปิดดูง่ายก่อนเริ่มถ่ายทอดสดหรือก่อนวางแผนการติดตามคู่ที่สนใจ โดยเรียงลำดับคู่ตามโปรแกรมจริงและมีตารางสรุปให้เทียบตัวเลขได้ทันที
รายการมวยไทย 7 สีในวันอาทิตย์ที่ 22 กุมภาพันธ์ 2569 กำหนดเริ่มเวลา 14.30 น. ที่เวทีมวยช่อง 7 ซึ่งเป็นช่วงเวลาที่ผู้ชมจำนวนมากตั้งตารอ เพราะได้บรรยากาศมวยอาทิตย์บ่ายแบบเต็มอรรถรสตั้งแต่คู่เปิดหัวไปจนถึงคู่ปิดท้ายของวัน สำหรับหน้า “โปรแกรมมวย ศึกมวยไมย 7 สี 22 ก.พ. 2569” นี้จะเน้นข้อมูลแบบตรงไปตรงมา โดยเฉพาะผลชั่งน้ำหนักที่มีทั้งกรณีชั่งขาดพิกัด ชั่งเกินพิกัด และชั่งได้ตามพิกัด เพื่อให้ตรวจสอบสถานะของแต่ละคู่ได้ชัดเจน
เพื่อให้ผู้อ่านเข้าใจตัวเลขตรงกัน คำว่า “พิกัด” คือรุ่นน้ำหนักที่กำหนดสำหรับการแข่งขันของคู่นั้น ๆ ส่วน “ชั่งได้” คือค่าน้ำหนักจริงที่ชั่งก่อนขึ้นชก หากชั่งได้น้อยกว่าพิกัดจะเรียกว่า “ขาดพิกัด” เช่น พิกัด 102 แต่ชั่งได้ 101 เท่ากับขาด 1 กิโลกรัม และหากชั่งได้มากกว่าพิกัดจะเรียกว่า “เกินพิกัด” เช่น พิกัด 124 แต่ชั่งได้ 124.6 เท่ากับเกิน 0.6 กิโลกรัม ข้อมูลทั้งหมดในบทความนี้ยึดตามรายละเอียดที่ให้มาเพื่อใช้อ้างอิงก่อนเริ่มรายการ
โปรแกรมมวยวันนี้ ศึกมวยไมย 7 สี 2 ก.พ. 2569 | ตารางคู่มวย 6 คู่ อัปเดตชั่งน้ำหนัก

คู่ที่ 1: อังกอร์(สไนเปอร์) โกลิตะมวยไทย vs วังไพร ป.ปราการ (พิกัด 102)
เปิดหัว “โปรแกรมมวย ศึกมวยไมย 7 สี 22 ก.พ. 2569” ด้วยพิกัด 102 โดยมุมแดงคือ อังกอร์(สไนเปอร์) โกลิตะมวยไทย ชั่งได้ 101 กิโลกรัม ซึ่งต่ำกว่าพิกัด 102 อยู่ 1 กิโลกรัม ถือว่าเป็นสถานะขาดพิกัด 1 กิโลกรัม ส่วนมุมน้ำเงิน วังไพร ป.ปราการ ชั่งได้ 102 กิโลกรัมตามพิกัดพอดี ทำให้คู่นี้มีความต่างของน้ำหนักชั่งระหว่างสองฝั่งอยู่ 1 กิโลกรัมตามตัวเลขที่แจ้งไว้ และเป็นข้อมูลสำคัญสำหรับคนที่ต้องการเช็กผลชั่งก่อนเริ่มการแข่งขันจริง
เมื่อมองจากตัวเลข คู่นี้เป็นคู่ที่แสดงให้เห็นความแตกต่างระหว่าง “ขาดพิกัด” กับ “ตามพิกัด” ได้ชัด เพราะมุมแดงชั่งได้ 101 ในขณะที่พิกัดกำหนดไว้ 102 ส่วนมุมน้ำเงินชั่งได้ 102 ตรงตามพิกัด หากคุณเปิดหน้าโปรแกรมนี้ระหว่างใกล้เวลาเริ่มรายการ จะสามารถสรุปได้ทันทีว่ามุมแดงชั่งต่ำกว่าเกณฑ์เล็กน้อย และยังเห็นชื่อค่ายของนักมวยครบถ้วนเพื่อป้องกันการสับสนกับชื่อที่คล้ายกันในรายการอื่น ๆ ของวันเดียวกัน
คู่ที่ 2: ทัพหลวง เพชรเกียรติเพชร vs แสงตะวัน ส.พงษ์อมร (พิกัด 124)
คู่ที่ 2 ขยับขึ้นสู่พิกัด 124 โดยมุมแดง ทัพหลวง เพชรเกียรติเพชร ชั่งได้ 124.6 กิโลกรัม ซึ่งสูงกว่าพิกัด 124 อยู่ 0.6 กิโลกรัม ถือว่าเกินพิกัด 0.6 กิโลกรัม ขณะที่มุมน้ำเงิน แสงตะวัน ส.พงษ์อมร ชั่งได้ 124 กิโลกรัมตามพิกัดพอดี รายละเอียดนี้ทำให้คู่นี้เป็นอีกคู่ที่มี “เกินพิกัด” เกิดขึ้นในฝั่งมุมแดงอย่างชัดเจน และช่วยให้ผู้ชมที่กำลังเช็ก “โปรแกรมมวย ศึกมวยไมย 7 สี 22 ก.พ. 2569” รับรู้ข้อมูลก่อนเริ่มชกได้ทันที
การแสดงผลชั่งแบบมีทศนิยมในคู่นี้ช่วยให้เห็นความละเอียดของข้อมูล เพราะตัวเลข 124.6 บ่งบอกส่วนต่างจากพิกัดอย่างชัดเจนว่ามากกว่า 0.6 กิโลกรัม ในขณะที่มุมน้ำเงินชั่งได้พอดี 124 หากคุณต้องการเทียบความต่างระหว่างสองฝั่งอย่างรวดเร็ว สามารถดูได้จากย่อหน้านี้หรือจากตารางสรุปด้านล่าง ซึ่งจะช่วยให้ผู้อ่านเห็นภาพรวมว่าคู่ที่ 2 มีความต่างของน้ำหนักชั่งระหว่างสองฝั่งอยู่ 0.6 กิโลกรัมตามตัวเลขที่ประกาศไว้
คู่ที่ 3: เพชรพญาไท ส.พูลสวัสดิ์ vs ก้องโนว่า บางแสนไฟต์คลับ (พิกัด 128)
คู่ที่ 3 อยู่ในพิกัด 128 และเป็นคู่ที่ผลชั่งเรียบร้อยแบบชัดเจน เพราะมุมแดง เพชรพญาไท ส.พูลสวัสดิ์ ชั่งได้ 128 กิโลกรัมตามพิกัด และมุมน้ำเงิน ก้องโนว่า บางแสนไฟต์คลับ ชั่งได้ 128 กิโลกรัมตามพิกัดเช่นกัน เมื่อตัวเลขของทั้งสองฝั่งเท่ากันพอดี ผู้ชมที่เปิดดูหน้า “โปรแกรมมวย ศึกมวยไมย 7 สี 22 ก.พ. 2569” จะสแกนพบได้ทันทีว่านี่คือคู่ที่ชั่งตรงพิกัดทั้งสองคน จึงอ่านข้อมูลได้จบในบรรทัดเดียวโดยไม่ต้องคำนวณส่วนต่างเพิ่มเติม
คู่นี้เหมาะกับคนที่ต้องการดูรายการแบบต่อเนื่อง เพราะข้อมูลผลชั่งไม่ซับซ้อนและช่วยให้หน้าโปรแกรมอ่านลื่นไหลหลังจากคู่ที่ 1 และคู่ที่ 2 ที่มีขาดและเกินพิกัดมาก่อน การระบุชื่อค่าย “ส.พูลสวัสดิ์” และ “บางแสนไฟต์คลับ” ไว้ครบถ้วนยังช่วยให้แฟนมวยจำได้ง่ายว่าใครมาจากสายไหน และสามารถย้อนกลับมาเช็กข้อมูลซ้ำระหว่างรายการได้สะดวก โดยเฉพาะเมื่อมีหลายคู่ที่พิกัดใกล้เคียงกันในวันแข่งขันเดียวกัน
คู่ที่ 4: ศักดิ์เล็ก ลูกเจ้าพ่อโรงต้ม vs เอกลักษณ์ ส.สมานการ์เม้นท์ (พิกัด 122)
คู่ที่ 4 อยู่ในพิกัด 122 โดยมุมแดง ศักดิ์เล็ก ลูกเจ้าพ่อโรงต้ม ชั่งได้ 122.4 กิโลกรัม ซึ่งสูงกว่าพิกัด 122 อยู่ 0.4 กิโลกรัม จึงเป็นสถานะเกินพิกัด 0.4 กิโลกรัม ขณะที่มุมน้ำเงิน เอกลักษณ์ ส.สมานการ์เม้นท์ ชั่งได้ 122 กิโลกรัมตามพิกัดพอดี ข้อมูลนี้ทำให้ผู้ชมสามารถสรุปได้ทันทีว่าคู่ที่ 4 มีส่วนต่างน้ำหนักชั่งอยู่ 0.4 กิโลกรัม และเป็นอีกคู่ที่ฝั่งมุมแดงชั่งเกินพิกัดตามตัวเลขที่ประกาศไว้
การมีตัวเลข 122.4 ในหน้าโปรแกรมช่วยให้ผู้อ่านเห็นความต่างที่ละเอียดขึ้น โดยเฉพาะคนที่ชอบจดข้อมูลไว้เพื่อเทียบหลายสัปดาห์หรือหลายรายการ เพราะจะเห็นชัดว่าเป็นการเกินในระดับ 0.4 ไม่ได้เป็นการเกินมากจนอ่านผิดพลาด หากคุณกำลังทำหน้า “โปรแกรมมวย ศึกมวยไมย 7 สี 22 ก.พ. 2569” ลงใน WordPress ย่อหน้านี้สามารถวางต่อจากหัวข้อคู่ที่ 4 ได้ทันที เพื่อให้ผู้ชมไล่ดูคู่ต่อคู่แบบไม่สะดุด และยังเห็นสถานะ “เกิน/ตาม” ในคู่นี้ได้ครบถ้วนในครั้งเดียว
คู่ที่ 5: มัจฉานุ ส.สุภัทโท vs ศิษย์เอก ว.เทคโนหลวงปู่สรวง (พิกัด 107)
คู่ที่ 5 มาในพิกัด 107 และเป็นอีกคู่ที่ผลชั่งดูเรียบร้อย เพราะมุมแดง มัจฉานุ ส.สุภัทโท ชั่งได้ 107 กิโลกรัมตามพิกัด และมุมน้ำเงิน ศิษย์เอก ว.เทคโนหลวงปู่สรวง ชั่งได้ 107 กิโลกรัมตามพิกัดเช่นกัน จึงเป็นคู่ที่ชั่งตรงพิกัดทั้งสองฝั่งเหมือนกับคู่ที่ 3 ทำให้คนที่ต้องการเช็กข้อมูลอย่างรวดเร็วสามารถมองเห็นได้ทันทีว่าคู่นี้ไม่มีส่วนต่างเรื่องน้ำหนักชั่ง และสามารถติดตามการแข่งขันต่อได้แบบสบายตา
เมื่อมีคู่ที่ชั่งได้เท่ากันทั้งสองฝั่ง หน้าโปรแกรมมักอ่านง่ายขึ้น เพราะข้อมูลไม่ต้องตีความเรื่องขาดหรือเกินพิกัด โดยในคู่นี้ยังมีชื่อค่ายที่ยาวและโดดเด่นอย่าง “ว.เทคโนหลวงปู่สรวง” จึงควรแสดงเต็มรูปแบบเพื่อให้ผู้อ่านจดจำถูกต้อง หากคุณแชร์หน้า “โปรแกรมมวย ศึกมวยไมย 7 สี 22 ก.พ. 2569” ให้เพื่อนในกลุ่ม ก็จะช่วยลดความสับสนเรื่องชื่อสังกัดได้มาก และทำให้คนที่เปิดอ่านผ่านมือถือเห็นข้อมูลครบถ้วนในครั้งเดียว
คู่ที่ 6: เซาะกราว ส.ทับทิมทอง vs เพชรคลองสี่ ร.ร.สามโคก (พิกัด 114)
ปิดท้ายโปรแกรมด้วยคู่ที่ 6 ในพิกัด 114 โดยมุมแดง เซาะกราว ส.ทับทิมทอง ชั่งได้ 114.2 กิโลกรัม ซึ่งสูงกว่าพิกัด 114 อยู่ 0.2 กิโลกรัม จึงเป็นสถานะเกินพิกัด 0.2 กิโลกรัม ส่วนมุมน้ำเงิน เพชรคลองสี่ ร.ร.สามโคก ชั่งได้ 114 กิโลกรัมตามพิกัดพอดี รายละเอียดนี้ทำให้คู่นี้เป็นอีกคู่ที่ฝั่งมุมแดงชั่งเกินพิกัด แต่เป็นการเกินในระดับเล็กน้อยเพียง 0.2 ซึ่งสามารถดูได้ทันทีจากตัวเลขที่ระบุไว้ในหน้าโปรแกรม
สำหรับคนที่ต้องการมองภาพรวมทั้งรายการ จะเห็นว่าคู่ที่ 2, คู่ที่ 4 และคู่ที่ 6 มีรูปแบบคล้ายกันคือมุมแดงชั่งเกินพิกัดในระดับต่างกัน ได้แก่ 0.6, 0.4 และ 0.2 ตามลำดับ ขณะที่มุมน้ำเงินของทั้งสามคู่นี้ชั่งได้ตามพิกัดทั้งหมด การสรุปภาพแบบนี้ช่วยให้ผู้ชมที่ติดตาม “โปรแกรมมวย ศึกมวยไมย 7 สี 22 ก.พ. 2569” สามารถจำแนกคู่ที่มีรายละเอียดพิเศษเรื่องน้ำหนักชั่งได้เร็วขึ้น และสามารถเลื่อนกลับไปดูตัวเลขเฉพาะคู่ที่ต้องการได้โดยไม่เสียเวลา
ตารางมวยไทย พร้อมลิ้งก์ ดูมวยสดวันนี้ ทุกศึกทุกสังเวียนดวล ดูถ่ายทอดสด มวยวันนี้
ตารางสรุปโปรแกรมมวยและผลชั่งน้ำหนัก
| คู่ | มุมแดง | พิกัด | ชั่งได้ (แดง) | สถานะ (แดง) | มุมน้ำเงิน | ชั่งได้ (น้ำเงิน) | สถานะ (น้ำเงิน) |
|---|---|---|---|---|---|---|---|
| 1 | อังกอร์(สไนเปอร์) โกลิตะมวยไทย | 102 | 101 | ขาดพิกัด 1 | วังไพร ป.ปราการ | 102 | ตามพิกัด |
| 2 | ทัพหลวง เพชรเกียรติเพชร | 124 | 124.6 | เกินพิกัด 0.6 | แสงตะวัน ส.พงษ์อมร | 124 | ตามพิกัด |
| 3 | เพชรพญาไท ส.พูลสวัสดิ์ | 128 | 128 | ตามพิกัด | ก้องโนว่า บางแสนไฟต์คลับ | 128 | ตามพิกัด |
| 4 | ศักดิ์เล็ก ลูกเจ้าพ่อโรงต้ม | 122 | 122.4 | เกินพิกัด 0.4 | เอกลักษณ์ ส.สมานการ์เม้นท์ | 122 | ตามพิกัด |
| 5 | มัจฉานุ ส.สุภัทโท | 107 | 107 | ตามพิกัด | ศิษย์เอก ว.เทคโนหลวงปู่สรวง | 107 | ตามพิกัด |
| 6 | เซาะกราว ส.ทับทิมทอง | 114 | 114.2 | เกินพิกัด 0.2 | เพชรคลองสี่ ร.ร.สามโคก | 114 | ตามพิกัด |
ตารางสรุปข้างต้นออกแบบให้เหมาะกับการนำไปวางบนหน้าเว็บไซต์ WordPress เพื่อทำหน้า “โปรแกรมมวย ศึกมวยไมย 7 สี 22 ก.พ. 2569” แบบพร้อมใช้งาน โดยรวมข้อมูลสำคัญไว้ในจุดเดียว ทั้งลำดับคู่ ชื่อนักมวยมุมแดงและมุมน้ำเงิน พิกัด น้ำหนักชั่งได้ และสถานะขาด/เกิน/ตามพิกัด ซึ่งช่วยให้ผู้อ่านที่ต้องการเช็กเฉพาะตัวเลขสามารถดูจบได้ในไม่กี่วินาที ขณะเดียวกันคนที่อยากอ่านรายละเอียดรายคู่ก็สามารถไล่ย้อนขึ้นไปตามหัวข้อ H3 ของแต่ละคู่ได้อย่างต่อเนื่อง
สรุปผลชั่งน้ำหนักทั้งหมด (ภาพรวมเชิงข้อมูล)
เมื่อสรุปผลชั่งน้ำหนักทั้งรายการจะเห็นภาพชัดว่า คู่ที่ชั่ง “ตามพิกัด” ทั้งสองฝั่งมี 2 คู่ คือคู่ที่ 3 พิกัด 128 และคู่ที่ 5 พิกัด 107 ขณะที่คู่ที่มี “ขาดพิกัด” มี 1 จุดคือคู่ที่ 1 มุมแดง อังกอร์(สไนเปอร์) โกลิตะมวยไทย ชั่งได้ 101 ในพิกัด 102 เท่ากับขาด 1 กิโลกรัม ส่วนคู่ที่มี “เกินพิกัด” จะอยู่ที่มุมแดงของคู่ที่ 2, 4 และ 6 ได้แก่ 124.6 เกิน 0.6, 122.4 เกิน 0.4 และ 114.2 เกิน 0.2 ตามลำดับ โดยมุมน้ำเงินของทั้งสามคู่นี้ชั่งได้ตามพิกัดทั้งหมดตามข้อมูลที่ประกาศไว้
การมองภาพรวมแบบนี้ช่วยให้คนที่ติดตาม “โปรแกรมมวย ศึกมวยไมย 7 สี 22 ก.พ. 2569” จับประเด็นได้เร็วว่า รายการนี้มีความเรียบร้อยด้านการชั่งในหลายคู่ และมีจุดที่ต้องสังเกตเรื่องน้ำหนักชั่งอยู่ไม่กี่ตำแหน่งเท่านั้น โดยเฉพาะคู่เปิดรายการที่มุมแดงขาดพิกัด และสามคู่ท้าย ๆ ที่มุมแดงชั่งเกินพิกัดต่างระดับกัน การสรุปในย่อหน้านี้จึงเหมาะกับการอ่านแบบรวบรัดก่อนเริ่มชกเวลา 14.30 น. หรือใช้เป็นข้อความประกอบการแชร์ในกลุ่มเพื่อนที่ต้องการดูเฉพาะสาระสำคัญของผลชั่ง
ความหมายของคำที่ใช้ในผลชั่ง (ขาดพิกัด/เกินพิกัด/ตามพิกัด)
ในหน้าโปรแกรมมวย คำว่า “ตามพิกัด” หมายถึงชั่งได้เท่ากับน้ำหนักพิกัดที่กำหนด เช่น พิกัด 128 ชั่งได้ 128 ถือว่าตามพิกัดทันที ส่วนคำว่า “ขาดพิกัด” หมายถึงชั่งได้น้อยกว่าพิกัด เช่น พิกัด 102 ชั่งได้ 101 จึงขาด 1 กิโลกรัม และคำว่า “เกินพิกัด” หมายถึงชั่งได้มากกว่าพิกัด เช่น พิกัด 124 ชั่งได้ 124.6 จึงเกิน 0.6 กิโลกรัม บทความนี้ระบุสถานะไว้ชัดเจนทั้งในเนื้อหารายคู่และในตารางสรุป เพื่อให้ผู้อ่านเข้าใจตรงกันโดยไม่ต้องคำนวณเองทุกครั้ง
แม้คำเหล่านี้จะเป็นคำพื้นฐานของการรายงานผลชั่ง แต่การแสดงอย่างเป็นระบบทำให้การอ่านสนุกและไม่สับสน โดยเฉพาะวันที่มีหลายรายการมวยและมีหลายพิกัดผสมกันในวันเดียวกัน เมื่อเปิดหน้า “โปรแกรมมวย ศึกมวยไมย 7 สี 22 ก.พ. 2569” คุณจะเห็นได้ทันทีว่าคู่ไหนมีตัวเลขทศนิยมซึ่งมักสัมพันธ์กับสถานะเกินพิกัด และคู่ไหนเป็นตัวเลขพอดีที่สื่อถึงตามพิกัด การจัดวางแบบนี้ช่วยให้ผู้อ่านประเมินข้อมูลก่อนเริ่มชกได้รวดเร็ว และยังเหมาะกับการเก็บไว้เป็นบันทึกโปรแกรมประจำสัปดาห์ด้วย
ศึกมวยไทย 7 สี 22 ก.พ. 2569 เริ่มกี่โมง และจัดที่ไหน?
รายการมวยในวันอาทิตย์ที่ 22 กุมภาพันธ์ 2569 จัดขึ้นที่เวทีมวยช่อง 7 และเริ่มการแข่งขันเวลา 14.30 น. หากคุณเข้ามาอ่านเพราะต้องการเช็กเวลาเริ่มแบบแน่ชัด บทความนี้ได้ใส่เวลาไว้ตั้งแต่หัวข้อใหญ่และสรุปภาพรวม รวมถึงบอกสถานที่จัดชกอย่างชัดเจน เพื่อให้ใช้เป็นหน้า “โปรแกรมมวย ศึกมวยไมย 7 สี 22 ก.พ. 2569” สำหรับเปิดดูใกล้เวลาเริ่มรายการได้ทันที โดยไม่ต้องเลื่อนหาในหลายจุดหรือสลับไปอ่านจากหลายหน้า
วันนี้มีกี่คู่ และมีพิกัดอะไรบ้าง?
โปรแกรมวันนี้มีทั้งหมด 6 คู่ เรียงตามลำดับคู่ที่ 1 ถึงคู่ที่ 6 และมีพิกัดหลากหลาย ได้แก่ 102, 124, 128, 122, 107 และ 114 ซึ่งคุณสามารถดูได้ทั้งจากหัวข้อรายคู่ในส่วนเนื้อหา และจากตารางสรุปที่รวมทุกคู่ไว้ในแถวเดียวต่อหนึ่งคู่ การแยกพิกัดให้ชัดเจนช่วยให้คนที่สนใจรุ่นน้ำหนักเฉพาะสามารถเลื่อนหาได้รวดเร็ว และยังช่วยให้การเปรียบเทียบผลชั่งระหว่างหลายคู่ในวันเดียวกันทำได้ง่ายขึ้นมาก
คู่ไหนชั่งขาดพิกัด และขาดเท่าไร?
ตามผลชั่งที่ระบุไว้ มีกรณีขาดพิกัดอยู่ที่คู่ที่ 1 เฉพาะฝั่งมุมแดงเท่านั้น คือ อังกอร์(สไนเปอร์) โกลิตะมวยไทย ในพิกัด 102 แต่ชั่งได้ 101 จึงขาดพิกัด 1 กิโลกรัม ขณะที่มุมน้ำเงินของคู่นี้ชั่งได้ 102 ตามพิกัดพอดี การสรุปแบบนี้ช่วยให้คุณรู้ทันทีว่าจุด “ขาดพิกัด” ของรายการอยู่ตรงไหน และสามารถย้อนดูรายละเอียดรายคู่หรือดูในตารางสรุปเพื่อยืนยันตัวเลขได้อย่างรวดเร็ว
คู่ไหนชั่งเกินพิกัด และเกินเท่าไร?
กรณีเกินพิกัดในรายการนี้อยู่ที่มุมแดง 3 คู่ ได้แก่ คู่ที่ 2 ทัพหลวง เพชรเกียรติเพชร ชั่งได้ 124.6 ในพิกัด 124 จึงเกิน 0.6 กิโลกรัม, คู่ที่ 4 ศักดิ์เล็ก ลูกเจ้าพ่อโรงต้ม ชั่งได้ 122.4 ในพิกัด 122 จึงเกิน 0.4 กิโลกรัม และคู่ที่ 6 เซาะกราว ส.ทับทิมทอง ชั่งได้ 114.2 ในพิกัด 114 จึงเกิน 0.2 กิโลกรัม ส่วนมุมน้ำเงินของทั้งสามคู่นี้ชั่งได้ตามพิกัดทั้งหมดตามข้อมูลที่ประกาศไว้ในหน้าโปรแกรม
