ค่ำคืนวันจันทร์นี้ เวทีมวยตะวันนาพร้อมเปิดสังเวียน “ศึกมวยไทยพันธมิตร” ด้วยไลน์อัป 9 คู่ที่ผสมผสานรุ่นเยาวชน 37–45 กิโลกรัม เกมสปีดและจังหวะสองที่ดุดัน ไปจนถึงพิกัดกลาง–ใหญ่ 101–138 ปอนด์ซึ่งชี้ขาดด้วยแรงปะทะ วงใน และช็อตปิดยกที่มีน้ำหนักต่อคะแนนสูง รายการนี้มีความน่าสนใจด้านผลชั่งน้ำหนักที่หลากหลาย ทั้งขาดเล็กน้อย เกินเล็กน้อย และเกินมากในบางคู่ ทำให้แนวโน้มแทคติกแตกต่างกันไป ตั้งแต่การฉาก–สวนเร็ว การตั้งเตะคั่นเพื่อตัดโมเมนตัม ไปจนถึงการคลินช์คุณภาพและศอกสั้นในจังหวะประชิดเพื่อย้ำผลในสายตากรรมการ โดยบทความนี้จัดทำเป็นโปรแกรมมวยพร้อมการวิเคราะห์แบบ “พร้อมใช้งาน” สำหรับลงเว็บไซต์ WordPress มีทั้งตารางรวม ตารางย่อยรายคู่ และคำอธิบายเชิงลึกให้หยิบใช้อ้างอิงระหว่างชมถ่ายทอดสดหรือเช็กหน้างานได้สะดวก

กรอบประเมินหลักที่ใช้วิเคราะห์ประกอบประกอบด้วยสามแกนหรือ “ช็อตที่มีผลจริง” ได้แก่ หมัดตรงสะอาด เตะลำตัวทำให้ชะงัก และศอกสั้นในวงในหรือ “การคุมเวที” ผ่านการยึดกลางเวที การตัดมุมไม่ให้คู่ต่อสู้ถอยเป็นเส้นตรง และการบังคับเลนโจมตีให้เป็นไปตามเกมของตนหรือ “ภาพปิดยก” ในช่วง 10–15 วินาทีสุดท้ายที่ทิ้งภาพจำและคูณน้ำหนักคะแนน พอประกบกับผลชั่งจริงของแต่ละคู่ เราจะเห็นแนวทางว่าคู่ไหนควรเร่งวงในเน้นอิมแพค คู่ไหนต้องใช้ความคล่องฉาก–สวน และคู่ไหนต้องเล่นแบบแลกสั้นแล้วรีเซ็ตเพื่อไม่เปิดช่องสวนกลับ ทั้งหมดนี้ถูกสรุปไว้ครบถ้วนในแต่ละหัวข้อด้านล่าง

โปรแกรมศึกมวยไทยพันธมิตร 10 พ.ย. 2568 | เวทีมวยตะวันนา จันทร์ 18:00 น. เทียบชั่งจริง ใครได้เปรียบ 9 คู่เดือด พิกัดคละ ครบเครื่อง

ลำดับ ฝ่ายแดง ฝ่ายน้ำเงิน พิกัด ชั่งจริง (แดง/น้ำเงิน) สถานะน้ำหนัก หมายเหตุเชิงแทคติก
คู่ที่ 1 ดาวเด่น ลูกบ้านใหญ่ เพชรชงหมิง ศิษย์คุณมะ 45 / 45.5 กก. 45.6 / 46.0 แดงเกิน 0.6 / น้ำเงินเกิน 0.5 เกมเร็ว แลกสั้น ปิดการ์ดไว เน้นภาพปิดยก
คู่ที่ 2 ประเสริฐชัย ปืนรัตนา ออโต้ บูมเด็กเซียน 101 ปอนด์ 100.8 / 101.6 แดงขาด 0.2 / น้ำเงินเกิน 0.6 คล่อง vs อิมแพค วงนอกตัดมุมชนวงใน
คู่ที่ 3 เพชรต่วนเป๋ ช.ห้าพยัคฆ์ วันเผด็จ เกียรติเขาน้อย 108 / 110 ปอนด์ 109.0 / 110.2 แดงเกิน 1.0 / น้ำเงินเกิน 0.2 วงในเดือด เริ่มก่อน จบก่อนคือกุญแจ
คู่ที่ 4 สไนเปอร์ ศ.ศศิวัฒน์ กำปั้นทอง สวนอาหารปีกไม้ 136 ปอนด์ 136.2 / 138.0 แดงเกิน 0.2 / น้ำเงินเกิน 2.0 น้ำเงินมวลหนา แดงต้องฉาก สวน หมุนออก
คู่ที่ 5 เฟอร์รารี่ ใต้เพชรบุรี เดชพยัคฆ์ ช.ห้าพยัคฆ์ 37 กก. 37.1 / 37.4 แดงเกิน 0.1 / น้ำเงินเกิน 0.4 สปีดสูง แลกสั้น รีเซ็ตทันที ห้ามยืดคอมโบ
คู่ที่ 6 เดอะเล็ก รีโวลูชั่นมวยไทยภูเก็ต เสรีภาพ สวนอาหารปีกไม้ 38 กก. 38.5 / 37.8 แดงเกิน 0.5 / น้ำเงินขาด 0.2 หนักเฉียดๆ vs คล่อง จังหวะสองชี้ผล
คู่ที่ 7 จอมราวี ช.ห้าพยัคฆ์ ดาวสะเดิด ดาวภูกระดึง 116 ปอนด์ 116.0 / 115.5 แดงเท่า / น้ำเงินขาด 0.5 แดงคุมเวที น้ำเงินฉาก สวนเร็ว
คู่ที่ 8 เพชรไดมอนด์ ช.ห้าพยัคฆ์ พยัคฆ์ทักษิณ ศ.ศศิวัฒน์ 44.5 กก. 44.3 / 44.5 แดงขาด 0.2 / น้ำเงินเท่า แดงหลอกนำ  ฉาก สวน น้ำเงินเดินชั้น
คู่ที่ 9 ตะลุมพุก ศ.ศศิวัฒน์ ฉลามชล ส.ชมกลิ่น 115 ปอนด์ 114.8 / 115.4 แดงขาด 0.2 / น้ำเงินเกิน 0.4 คล่อง vs อิมแพค ต้องวัดแรงปลาย

ตารางรวมแสดงภาพรวมที่หลากหลายของผลชั่งน้ำหนักและแนวโน้มแทคติก โดยรุ่นเยาวชนจะเน้นความเร็ว การฉาก–สวน และ “แลกสั้นแล้วรีเซ็ต” เพื่อลดความเสี่ยงจากการเปิดช่องสวนกลับ ด้านรุ่นกลาง–ใหญ่จะชี้ขาดด้วยวงใน คลินช์คุณภาพ เข่าตรง และศอกสั้นที่ลงเป้าอย่างมีผลจริง ขณะเดียวกัน “ภาพปิดยก” จะยิ่งมีความหมายในไฟท์สูสี โดยช็อตสะอาดหนึ่งครั้งก่อนระฆังอาจชนะการแลกยาวทั้งยก หากการ์ดหลวมเพียงเสี้ยววินาทีก็เพียงพอให้คะแนนเทไปอีกฝั่งได้ทันที การอ่านเกมด้วยกรอบนี้จะช่วยให้มองเห็นทิศทางคะแนนตั้งแต่กลางไฟท์ และคาดเดาโมเมนตัมได้อย่างใกล้เคียงผู้ตัดสิน

คู่ที่ 1 – 45/45.5 กก.: ดาวเด่น ลูกบ้านใหญ่ vs เพชรชงหมิง ศิษย์คุณมะ

พิกัด (แดง/น้ำเงิน) ชั่งจริง (แดง) ชั่งจริง (น้ำเงิน) สถานะน้ำหนัก ส่วนต่างโดยประมาณ โฟกัสแทคติก ปัจจัยตัดสิน
45 / 45.5 กก. 45.6 46.0 เกิน 0.6 / เกิน 0.5 น้ำเงินมากกว่า ~0.4 กก. ตั้งเตะคั่น–หนึ่งสอง–แลกสั้น–ปิดการ์ดไว ความแม่นของสวน + ภาพปิดยก

เปิดหัวรายการด้วยพิกัดเยาวชนที่ทั้งสองชั่งเกินเล็กน้อย ซึ่งโดยธรรมชาติทำให้แรงปะทะเพิ่มขึ้นเล็กน้อยโดยไม่สูญเสียสปีด ดาวเด่นควรเริ่มจากการตั้งเตะคั่นเพื่อชะลอเกียร์คู่แข่ง แล้วสอดหมัดหนึ่ง–สองที่คมชัดและรีเซ็ตระยะทันทีเพื่อเลี่ยงศอกย้อน ส่วนเพชรชงหมิงซึ่งตัวจริงมากกว่านิดเดียวควรใช้การกดพื้นที่และบังคับให้คู่ต่อสู้ถอยเป็นเส้นตรงก่อนจุดระเบิดเป็นแฟรมสั้น ๆ เพื่อย้ำผลคะแนน การยืนตำแหน่งเท้าเหนือครึ่งก้าวจะช่วยให้จังหวะเปิด–ปิดชุดเกิดในเงื่อนไขของตน ลดโอกาสถูกสวนกลับ

หัวใจของคู่นี้คือ “ความแม่นของสวน” และ “ภาพปิดยก” ช่วง 10–15 วินาทีสุดท้าย หากฝ่ายใดทิ้งหมัดตรงสะอาดหรือศอกเฉียงจนทำให้ชะงัก ภาพคะแนนจะเททันที แม้ปริมาณรวมตลอดยกจะใกล้เคียง การปิดการ์ดให้ไวหลังปล่อยคอมโบทุกครั้งเป็นวินัยสำคัญ เพราะไฟท์รุ่นเบามักถูกฉกแต้มจากช่วงว่างเพียงเสี้ยววินาทีอยู่เสมอ

คู่ที่ 2 – 101 ปอนด์: ประเสริฐชัย ปืนรัตนา vs ออโต้ บูมเด็กเซียน

พิกัด ชั่งจริง (แดง) ชั่งจริง (น้ำเงิน) สถานะน้ำหนัก ส่วนต่างโดยประมาณ โฟกัสแทคติก ปัจจัยตัดสิน
101 ปอนด์ 100.8 101.6 แดงขาด 0.2 / น้ำเงินเกิน 0.6 น้ำเงินมากกว่า ~0.8 ปอนด์ แดงฉาก–ตัดมุม–เข้าออกสั้น / น้ำเงินคุมวงใน–ศอกสั้น รีไฮเดรชัน–แรงปลาย–ไม่ติดเชือก

รูปเกมมีแนวโน้ม “คล่อง vs อิมแพค” ฝั่งประเสริฐชัยได้เปรียบความพลิ้วจากการขาดเล็กน้อย จึงควรเล่นฉาก–ตัดมุมต่อเนื่องและเข้าออกสั้น ทิ้งหมัดตรงสะอาดแล้วรีเซ็ต เพื่อไม่ให้ถูกดักวงใน ส่วนออโต้ที่เกิน 0.6 ปอนด์ น่าจะยืนชนแน่นขึ้นเมื่อติดระยะประชิด กลยุทธ์ควรเป็นการกดพื้นที่ให้ฝั่งแดงถอยเส้นตรงก่อนใช้เข่าตรงและศอกสั้นย้ำผล คะแนนจะไหลเมื่อวงในทำงานมีผลจริงและไม่หลวมปลายยก

ตัวชี้ขาดอยู่ที่ “แรงปลายและการไม่ติดเชือก” หากประเสริฐชัยถูกบีบมุมและถอยตรงบ่อย ภาพคุมเกมจะเทไปหาน้ำเงินทันที ในทางกลับกัน หากออโต้เร่งมากไปจนการ์ดตก ประเสริฐชัยจะมีหน้าต่างสวนที่คมก่อนระฆังและดึงคะแนนคืน การรีไฮเดรชันและการแบ่งเพซจึงสำคัญกับทั้งสองฝ่ายอย่างยิ่ง

คู่ที่ 3 – 108/110 ปอนด์: เพชรต่วนเป๋ ช.ห้าพยัคฆ์ vs วันเผด็จ เกียรติเขาน้อย

พิกัด (แดง/น้ำเงิน) ชั่งจริง (แดง) ชั่งจริง (น้ำเงิน) สถานะ ส่วนต่างโดยประมาณ โฟกัสแทคติก ปัจจัยตัดสิน
108 / 110 ปอนด์ 109.0 110.2 เกิน 1.0 / เกิน 0.2 น้ำเงินมากกว่า ~1.2 ปอนด์ แดงเริ่มก่อน–จบก่อน / น้ำเงินบี้ติดตัว–เข่าตรง–กันศอก การ์ดช่วงล้า + ช็อตปิดยก

นี่คือคู่ที่สัญญาณวงในมาเต็ม ทั้งสองชั่งเกินและมีต่างพิกัดตั้งต้น ฝ่ายวันเผด็จตัวจริงมากกว่านิดหนึ่ง ยิ่งเพิ่มความหนาแน่นในจังหวะชน เพชรต่วนเป๋ต้องเล่นแผน “เริ่มก่อน–จบก่อน” ทุกแฟรม เปิดงานให้ชัดแล้วรีบปิดการ์ดทันที ไม่ยืดคอมโบจนโดนศอกสวน ขณะที่วันเผด็จต้องบี้ติดตัว ใช้เข่าตรงและคลินช์คุณภาพตัดจังหวะการเริ่มของแดงแล้วรีเซ็ตระยะประชิดใหม่ซ้ำ ๆ เพื่อตอกย้ำอิมแพคในสายตากรรมการ

ปลายยกจะเป็นช่วงตัดสิน หากฝั่งใดหลวมการ์ดแม้เสี้ยววินาที โอกาสโดนศอกเฉียงหรือหมัดตรงที่สะอาดจะสูงและพลิกคะแนนทันที การเลือกแลกเมื่อ “ได้เปรียบตำแหน่งยืน” เท่านั้น คือกุญแจของทั้งสองฝ่าย เพราะจะลดความเสี่ยงและทิ้งภาพจำก่อนระฆังได้อย่างมีประสิทธิภาพ

คู่ที่ 4 – 136 ปอนด์: สไนเปอร์ ศ.ศศิวัฒน์ vs กำปั้นทอง สวนอาหารปีกไม้

พิกัด ชั่งจริง (แดง) ชั่งจริง (น้ำเงิน) สถานะน้ำหนัก ส่วนต่างโดยประมาณ โฟกัสแทคติก ปัจจัยตัดสิน
136 ปอนด์ 136.2 138.0 เกิน 0.2 / เกิน 2.0 น้ำเงินมากกว่า ~1.8 ปอนด์ แดงฉาก–สวน–หมุนออก / น้ำเงินบีบพื้นที่–คลินช์คุณภาพ การ์ดปลายยก + คุมเวลาปะทะ

กำปั้นทองชั่งเกินถึง 2 ปอนด์ ทำให้ความหนาแน่นของแรงปะทะและการยืนชนเหนือกว่าในทางทฤษฎี สไนเปอร์ต้องยึดเกมฉาก–สวนและหมุนมุมออกจากเชือก ไม่อนุญาตให้โดนกดติดมุมยาว ใช้เตะลำตัวและหมัดตรงตัดจังหวะก่อนรีเซ็ต ขณะที่น้ำเงินควรบีบพื้นที่เป็นชั้น ๆ ให้แดงถอยเส้นตรง แล้วเข้าคลินช์คุณภาพสอดเข่าตรงพร้อมศอกสั้นย้ำผล เมื่อได้ภาพต่อเนื่อง ความรู้สึกของกรรมการจะเทมาเอง

คำถามสำคัญคือ “การ์ดปลายยก” หากน้ำเงินเร่งมากไปจนหลวม สไนเปอร์จะมีโอกาสสอดหมัดตรงสะอาดก่อนระฆังและดึงคะแนนกลับ ในทางกลับกัน หากแดงถอยตรงโดยไม่รีเซ็ตมุม ภาพคุมเกมจะเป็นของกำปั้นทองอย่างชัดเจน การคุม “เวลาปะทะ” ให้เกิดในเงื่อนไขของตนจึงเป็นตัวตัดสินชัยชนะในไฟท์หนักปะทะคู่นี้

ตารางมวยไทย พร้อมลิ้งก์ ดูมวยสดวันนี้ ทุกศึกทุกสังเวียนดวล ดูถ่ายทอดสดมวยวันนี้

คู่ที่ 5 – 37 กก.: เฟอร์รารี่ ใต้เพชรบุรี vs เดชพยัคฆ์ ช.ห้าพยัคฆ์

พิกัด ชั่งจริง (แดง) ชั่งจริง (น้ำเงิน) สถานะน้ำหนัก ส่วนต่างโดยประมาณ โฟกัสแทคติก ปัจจัยตัดสิน
37 กก. 37.1 37.4 เกิน 0.1 / เกิน 0.4 น้ำเงินมากกว่า ~0.3 กก. แลกสั้น–รีเซ็ตทันที / ตั้งเตะคั่นลดเพซอีกฝ่าย คุณภาพช็อต > ปริมาณ + ภาพจำท้ายยก

รุ่นเล็กสุดของค่ำคืนนี้มักชี้ขาดด้วยความคมและความไว เฟอร์รารี่ต้องย้ำหลัก “แลกสั้น–รีเซ็ตทันที” ไม่ยืดคอมโบจนเปิดช่องสวน พร้อมตั้งเตะคั่นเป็นระยะเพื่อตัดเพซของเดชพยัคฆ์ ส่วนเดชพยัคฆ์ที่หนักกว่านิดเดียวควรบีบให้เกิดการชนในจุดที่ตัวเองได้เปรียบระยะ แล้วปิดด้วยหมัดตรงหรือศอกสั้นเพื่อตอกย้ำผล ก่อนหมุนออกหรือกดคุมพื้นที่ต่อเนื่อง

สิ่งที่ต้องจับตาคือ “ภาพจำท้ายยก” ในไฟท์ที่ความเร็วสูง หากฝ่ายใดสามารถทิ้งช็อตคมอย่างมีผลจริงก่อนเสียงระฆังได้สม่ำเสมอ คะแนนจะค่อย ๆ เทเข้าหาฝ่ายนั้น แม้จำนวนอาวุธรวมจะสูสีก็ตาม การวางตำแหน่งเท้าเหนือครึ่งก้าวและการคืนการ์ดรวดเร็วจะเป็นกันชนสำคัญสำหรับทั้งสองฝ่าย

คู่ที่ 6 – 38 กก.: เดอะเล็ก รีโวลูชั่นมวยไทยภูเก็ต vs เสรีภาพ สวนอาหารปีกไม้

พิกัด ชั่งจริง (แดง) ชั่งจริง (น้ำเงิน) สถานะน้ำหนัก ส่วนต่างโดยประมาณ โฟกัสแทคติก ปัจจัยตัดสิน
38 กก. 38.5 37.8 เกิน 0.5 / ขาด 0.2 แดงมากกว่า ~0.7 กก. แดงคุมกลาง–บวกสั้น / น้ำเงินฉาก–สวน–เปลี่ยนเลน แรงปลาย–การ์ดไม่ตก–จังหวะสอง

เดอะเล็กมีมวลเหนือกว่าพอควร จึงควรคุมกลางเวทีและบวกสั้นแบบมีคุณภาพ ไม่แลกยาวจนหลวม ขณะที่เสรีภาพต้องฉาก–สวนและเปลี่ยนเลนอย่างว่องไวเพื่อไม่ให้ถูกบีบอยู่แนวเชือก เมื่อเห็นช่องควรจิ้มหมัดตรงหรือเตะตัดล่างแล้วรีเซ็ตทันทีเพื่อตัดจังหวะการไล่บี้ของแดง การเข้าทำแบบ “เริ่มก่อน–จบก่อน” ในหนึ่งแฟรมจะช่วยลบข้อเสียเชิงมวลได้ดี

การทดสอบจริงจะอยู่ในยกปลาย หากเดอะเล็กเร่งเพซมากไปจนการ์ดตก เสรีภาพจะมีช่องสวนที่ชัดเจนและดึงคะแนนกลับได้ การบริหารแรงปลายและวินัยเกมรับจึงเป็นหัวใจ พร้อมกันนั้น “จังหวะสอง” ที่สะอาดจะคูณน้ำหนักต่อคะแนนสูงเป็นพิเศษในไฟท์ยกนี้

คู่ที่ 7 – 116 ปอนด์: จอมราวี ช.ห้าพยัคฆ์ vs ดาวสะเดิด ดาวภูกระดึง

พิกัด ชั่งจริง (แดง) ชั่งจริง (น้ำเงิน) สถานะน้ำหนัก ส่วนต่างโดยประมาณ โฟกัสแทคติก ปัจจัยตัดสิน
116 ปอนด์ 116.0 115.5 เท่า / ขาด 0.5 แดงมากกว่า ~0.5 ปอนด์ แดงคุมเวที–ตัดมุม / น้ำเงินหนึ่งสองเร็ว–รีเซ็ตไว ภาพปิดยก + คุมพื้นที่ต่อเนื่อง

จอมราวีเท่าพิกัดจึงมีฐานสมดุลที่ดี เหมาะกับการคุมเวทีและตัดมุมทำให้ดาวสะเดิดถอยเป็นเส้นตรง ก่อนเปิดงานด้วยหมัดตรงและเตะลำตัวเพื่อสะสมแต้ม ส่วนดาวสะเดิดที่ขาด 0.5 ปอนด์ควรใช้สปีดและความคล่องให้ถึงขีดสุด เข้า–ออกสั้นด้วยหนึ่งสองที่คม แล้วรีเซ็ตระยะทันทีไม่ยืดคอมโบ การยืนผิดตำแหน่งในรุ่นนี้จะนำไปสู่การเสียพื้นที่อย่างรวดเร็ว จึงต้องรักษาตำแหน่งเท้าและการ์ดให้แน่นเสมอ

ผลคะแนนจะเทให้ฝั่งที่ “คุมพื้นที่ต่อเนื่อง” และสร้าง “ภาพปิดยก” ได้ทุกยก หากแดงรักษาการคุมเวทีและทิ้งช็อตคมก่อนระฆังสม่ำเสมอ จะกุมความได้เปรียบโดยรวม แต่หากน้ำเงินฉวยจังหวะสองและรีเซ็ตไวทันทีเมื่อได้งาน ภาพรวมจะกลับมาสูสีจนวินาทีสุดท้าย

คู่ที่ 8 – 44.5 กก.: เพชรไดมอนด์ ช.ห้าพยัคฆ์ vs พยัคฆ์ทักษิณ ศ.ศศิวัฒน์

พิกัด ชั่งจริง (แดง) ชั่งจริง (น้ำเงิน) สถานะน้ำหนัก ส่วนต่างโดยประมาณ โฟกัสแทคติก ปัจจัยตัดสิน
44.5 กก. 44.3 44.5 ขาด 0.2 / เท่า น้ำเงินมากกว่า ~0.2 กก. แดงหลอกนำ–ฉาก–สวน / น้ำเงินเดินชั้น–ปิดการ์ด จังหวะสอง–คุมระยะกลาง

เพชรไดมอนด์ขาดเล็กน้อยจึงได้เปรียบความคล่อง เหมาะกับการหลอกนำให้พยัคฆ์ทักษิณเปิดไหล่ก่อนฉาก–สวนด้วยหมัดตรงหรือเตะลำตัวแล้วรีเซ็ตระยะทันที ส่วนพยัคฆ์ทักษิณควรเดินชั้นบังคับพื้นที่ให้แดงขยับตามเกม พร้อมปิดการ์ดทุกครั้งหลังบวกสั้น เพื่อลดจังหวะย้อนกลับของอีกฝ่าย การเล่นแบบเปิด–ปิดเป็นแฟรมสั้น ๆ จะทำให้จังหวะสองของแดงทำงานยากขึ้น

ตัวชี้ขาดคือ “คุมระยะกลาง” และ “จังหวะสอง” หากแดงรักษาระยะกลางและฉกช็อตสวนได้สะอาด เกมจะเทเข้าหา แม้มวลเสียเปรียบเล็กน้อย แต่หากน้ำเงินเดินบีบพื้นที่จนแดงถอยเส้นตรง ความหนักของช็อตและภาพคุมเกมจะกลับมาทันที ผู้ที่บริหารสององค์ประกอบนี้ได้ดีกว่าจะยืนเหนือเมื่อครบยก

คู่ที่ 9 – 115 ปอนด์: ตะลุมพุก ศ.ศศิวัฒน์ vs ฉลามชล ส.ชมกลิ่น

พิกัด ชั่งจริง (แดง) ชั่งจริง (น้ำเงิน) สถานะน้ำหนัก ส่วนต่างโดยประมาณ โฟกัสแทคติก ปัจจัยตัดสิน
115 ปอนด์ 114.8 115.4 ขาด 0.2 / เกิน 0.4 น้ำเงินมากกว่า ~0.6 ปอนด์ แดงตั้งเตะคั่น–ฉาก–สวน / น้ำเงินคุมวงใน–ศอกสั้น แรงปลาย–ไม่ติดเชือก–ภาพคมท้ายยก

ไฟท์ปิดรายการมีโทน “คล่อง vs อิมแพค” ชัดเจน ตะลุมพุกควรตั้งเตะคั่นเพื่อตัดจังหวะคู่ต่อสู้ก่อนฉาก–สวนสั้น ๆ ทำแต้มแล้วรีเซ็ตระยะทันที ไม่ยืนให้โดนบีบชิดเชือก ส่วนฉลามชลต้องคุมวงในและใช้ศอกสั้นหรือเข่าตรงเพื่อสะสมงานที่มีผลจริง เมื่อกดคู่ต่อสู้ให้ถอยเส้นตรงได้ ภาพคุมเกมจะเริ่มชัดและคะแนนจะเริ่มเทตามลำดับ

ปลายไฟท์ “แรงปลาย” กับ “ภาพคมท้ายยก” จะเป็นตัวตัดสิน หากน้ำเงินเร่งมากไปจนหลวม แดงจะมีหน้าต่างสวนที่สะอาดและดึงคะแนนกลับ ส่วนแดงหากถอยตรงโดยไม่รีเซ็ตมุมจะเสียพื้นที่อย่างรวดเร็ว ผู้ที่ควบคุมองค์ประกอบทั้งสามข้อได้แม่นยำที่สุดจะมีภาษีชูมือเหนืออีกฝ่าย

สรุปภาพรวมโฟลว์ของรายการ & เคล็ดลับดูเกมให้สนุก

เมื่อเรียงตามลำดับจะเห็นว่ารายการพาแฟนมวยไต่จากรุ่นเยาวชนเกมเร็วในช่วงต้น สู่รุ่น 101–116 ปอนด์ที่สมดุลแรง–เทคนิค และขึ้นถึงจุดพีกด้านอิมแพคในพิกัด 136 ปอนด์ ก่อนจะกลับลงมาสู่พิกัดกลางที่เน้นความละเอียดของการฉาก–สวนและภาพจำท้ายยก การอ่านเกมให้สนุกจึงควรจับตา 4 สัญญาณหลัก ได้แก่ (1) การตัดมุมไม่ให้คู่ต่อสู้ถอยเส้นตรง (2) การคืนการ์ดทันทีหลังคอมโบ (3) ช็อตมีผลจริงอย่างหมัดตรงสะอาด เตะลำตัวทำให้ชะงัก หรือศอกสั้นในช่วงประชิด และ (4) ภาพปิดยกที่ชัดเจน หากฝ่ายใดทำได้สม่ำเสมอ คะแนนจะค่อย ๆ เทเข้าหาฝ่ายนั้นอย่างเป็นธรรมชาติ แม้จำนวนอาวุธรวมจะใกล้เคียงกัน

สำหรับการใช้งานบนเว็บไซต์ แนะนำให้วาง “ตารางรวม” ไว้ด้านบนสุดเพื่อการสแกนเร็ว และจัด “ตารางย่อยรายคู่” พร้อมบทวิเคราะห์ไว้ใต้แต่ละหัวข้อเพื่อให้ผู้อ่านเลื่อนอ่านตามลำดับคู่ได้คล่องตา เมื่อต้องการเทียบฟอร์มหรือย้อนดูคีย์แพ้–ชนะ ก็สามารถกลับมาที่ส่วนนี้ได้ทันทีโดยไม่ต้องเลื่อนหาให้เสียเวลา การจัดข้อมูลอย่างเป็นระบบเช่นนี้จะช่วยเพิ่มอรรถรสและทำให้ศึกมวยไทยพันธมิตรในค่ำคืนนี้สนุกขึ้นทั้งสำหรับแฟนมวยหน้าเก่าและผู้ชมหน้าใหม่